ทัวร์รักษ์โลกกระบี่คืออะไร แตกต่างจากทัวร์ทั่วไปยังไง
ทัวร์รักษ์โลกกระบี่คือทัวร์ที่ออกแบบให้กระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนน้อยที่สุด ใช้เรือไฟฟ้าหรือเรือที่เผาน้ำมันน้อย จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อทริป เก็บขยะที่พบระหว่างทาง และใช้ไกด์ท้องถิ่นเพื่อกระจายรายได้ ราคาแพงกว่าทัวร์ทั่วไป 20-40 เปอร์เซ็นต์ แต่ได้ประสบการณ์ที่ลึกและกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า บทความนี้อธิบายความหมาย กฎ 7 ข้อ วิธีเลือกผู้ประกอบการ และเปรียบเทียบกับทัวร์ทั่วไปแบบละเอียด
ทัวร์รักษ์โลกคืออะไรกันแน่
ทัวร์รักษ์โลกคือรูปแบบการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นน้อยที่สุด พร้อมกับสร้างประสบการณ์ที่ลึกและความรู้ให้นักท่องเที่ยว ต่างจากทัวร์ทั่วไปที่เน้นปริมาณนักท่องเที่ยวและกำไรสูงสุดโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ
องค์การการท่องเที่ยวโลก นิยามทัวร์รักษ์โลกว่าคือการเดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สนับสนุนความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น และให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว นิยามนี้เป็นมาตรฐานที่ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองต้องปฏิบัติตาม
ทัวร์รักษ์โลกในกระบี่เกิดขึ้นเพราะปัญหาการท่องเที่ยวมวลที่ทำให้ปะการังตาย หาดทรายเสื่อม และวิถีชีวิตชุมชนเปลี่ยน บริษัทผู้ประกอบการที่มองเห็นปัญหาจึงเริ่มต้นใช้แนวทางใหม่ที่ยั่งยืนกว่า
ทัวร์รักษ์โลกต่างจากทัวร์ทั่วไปยังไง
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่อทริป ทัวร์ทั่วไปรับ 25-40 คนต่อเรือ ทัวร์รักษ์โลกจำกัด 8-15 คนต่อเรือ เพื่อลดผลกระทบที่จุดแวะและให้ไกด์ดูแลทั่วถึง
ทัวร์ทั่วไปใช้เรือสปีดโบ๊ทที่เผาน้ำมันมากเพื่อความเร็ว ปล่อย คาร์บอน ต่อคนสูง ทัวร์รักษ์โลกใช้เรือไฟฟ้าหรือเรือที่ออกแบบให้เผาน้ำมันน้อยกว่า 30-50 เปอร์เซ็นต์ และวิ่งช้ากว่าเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง
ทัวร์ทั่วไปแวะหาดยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวแน่น เพื่อลดต้นทุนการสำรวจหาดใหม่ ทัวร์รักษ์โลกแวะหาดที่คนน้อยและกระจายผลกระทบ มีกฎไม่เกินจำนวนเรือต่อหาดในแต่ละชั่วโมง
ทัวร์ทั่วไปใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวสำหรับน้ำดื่ม อาหารกล่อง และช้อนส้อม ทัวร์รักษ์โลกใช้น้ำดื่มขวดแก้วหรือ เติม จากถังใหญ่ จานเซรามิก ช้อนส้อมโลหะ และอาหารห่อใบตอง
| ปัจจัย | ทัวร์ทั่วไป | ทัวร์รักษ์โลก |
|---|---|---|
| จำนวนคนต่อเรือ | 25-40 คน | 8-15 คน |
| ประเภทเรือ | สปีดโบ๊ทเผาน้ำมันมาก | เรือประหยัดน้ำมันหรือไฟฟ้า |
| จุดแวะ | หาดยอดนิยมที่แน่น | หาดที่คนน้อยและกระจาย |
| ภาชนะอาหาร | พลาสติกใช้ครั้งเดียว | เซรามิก โลหะ ใบตอง |
| ไกด์ | คนจากกรุงเทพ-ภาคอื่น | คนกระบี่ท้องถิ่น |
| ราคาต่อคน | 800-1,500 | 1,200-2,500 |
7 หลักของทัวร์รักษ์โลกกระบี่ที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติ
หลักการของทัวร์รักษ์โลกในกระบี่อิงตามแนวทางของ ใบรับรองกรีนโกลบ และ ใบรับรองทราเวลไลฟ์ ที่เป็นมาตรฐานสากล
1. จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อทริป
ไม่เกิน 15 คนต่อเรือสำหรับทริปเกาะใกล้กระบี่ ไม่เกิน 25 คนสำหรับทริปเกาะพีพีและลันตา เพื่อลดผลกระทบที่จุดแวะและให้ไกด์ดูแลทั่วถึง
2. ใช้เรือและพาหนะที่กระทบต่ำ
เรือต้องผ่านการตรวจมาตรฐานการปล่อย คาร์บอน และน้ำมันใช้ต่ำกว่า 8 ลิตรต่อนักท่องเที่ยวต่อทริป ใช้เรือไฟฟ้าในเส้นทางสั้น ๆ และวิ่งช้ากว่าทัวร์ทั่วไป 20-30 เปอร์เซ็นต์
3. เก็บขยะที่พบระหว่างทาง
ไกด์และคนขับเรือต้องเก็บขยะที่ลอยในทะเลและบนหาดทุกทริป แต่ละทริปเก็บ 5-15 กิโลกรัม นำกลับท่าเรือเพื่อกำจัดอย่างถูกวิธี รวมการรีไซเคิลพลาสติก กระดาษ และแก้ว
4. ใช้ไกด์ท้องถิ่นที่เกิดและเติบโตในกระบี่
ไกด์ต้องเป็นคนกระบี่อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ของทีม เพื่อกระจายรายได้กลับสู่ชุมชน รู้วิถีชีวิตและประวัติศาสตร์พื้นที่จริง และไม่ทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นถูกเปลี่ยนแปลง
5. สนับสนุนร้านอาหารท้องถิ่น
ทุกทริปที่มีการแวะกินอาหารใช้ร้านอาหารของคนท้องถิ่น ไม่ใช้ร้านเครือใหญ่หรือร้านที่บริหารโดยคนนอก เพื่อกระจายรายได้ตรงสู่ชุมชน
6. ห้ามเหยียบหรือสัมผัสปะการังและสัตว์ทะเล
นักท่องเที่ยวต้องเรียนรู้กฎก่อนลงน้ำ ห้ามใช้ครีมกันแดดที่มี ออกซีเบนโซน หรือ ออกตินอกเซต ที่ฆ่าปะการัง ใช้ ครีมกันแดดที่ปลอดภัยกับปะการัง แทน
7. มีส่วนร่วมกับโครงการอนุรักษ์ในท้องถิ่น
บริษัทผู้ประกอบการต้องสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ทะเลกระบี่อย่างน้อย 1 โครงการต่อปี ทั้งเงินทุน เวลา หรืออาสาสมัครจากทีมงาน
ทำไมกระบี่ต้องการทัวร์รักษ์โลก
จังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 3-4 ล้านคนต่อปีก่อนโควิด ปี 2024 กลับมาที่ 2.8 ล้านคน ผลกระทบต่อปะการังและระบบนิเวศชัดเจน ปะการังในอ่าวมาหยาตายไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในปี 2018 จนต้องปิดอ่าวเป็นเวลา 4 ปี
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกกฎใหม่ในปี 2022 จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันที่อ่าวมาหยาเป็น 375 คน และห้ามเรือเข้าใกล้หาด ทั้งหมดเป็นผลของการท่องเที่ยวมวลในอดีต
การที่นักท่องเที่ยวเลือกทัวร์รักษ์โลกเป็นการช่วยให้ระบบนิเวศกระบี่ยังคงสภาพดี และเพื่อให้ลูกหลานยังได้เห็นทะเลใส ปะการังสวย และวิถีชีวิตชุมชนที่ดั้งเดิม
วิธีเช็คว่าผู้ประกอบการรักษ์โลกจริงไหม
ผู้ประกอบการบางรายโฆษณาว่ารักษ์โลกแต่ปฏิบัติจริงน้อย เรียกว่า การฟอกเขียว เพื่อให้ราคาแพงขึ้น มีวิธีตรวจสอบ 5 ข้อ
ขอดูใบรับรอง
ผู้ประกอบการที่รักษ์โลกจริงมีใบรับรองจากองค์การที่เชื่อถือได้ เช่น กรีนโกลบ, ทราเวลไลฟ์, หรือ รางวัลการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทย
เช็คจำนวนนักท่องเที่ยวต่อทริป
ถามว่าทริปจะมีคนกี่คน ถ้ามากกว่า 20 คนต่อเรือ ไม่ใช่ทัวร์รักษ์โลกแท้
ดูประเภทของภาชนะอาหาร
ถามว่าใช้กล่องอะไรใส่อาหาร ถ้าตอบว่ากล่องโฟมหรือพลาสติก ไม่ผ่านมาตรฐาน
ดูพฤติกรรมของไกด์
ทริปแรกสังเกตว่าไกด์เก็บขยะระหว่างทางไหม สอนกฎก่อนลงน้ำไหม และใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับปะการังไหม
อ่านรีวิวเรื่องสิ่งแวดล้อม
อ่านรีวิวบน ทริปแอดไวเซอร์ และ รีวิวกูเกิล โดยกรองคำว่า "สิ่งแวดล้อม" หรือ "อีโค" ดูว่านักท่องเที่ยวเคยรีวิวเรื่องนี้ไหม
ตัวอย่างกิจกรรมทัวร์รักษ์โลกในกระบี่
ทัวร์ปลูกป่าชายเลน นักท่องเที่ยวร่วมปลูกต้นโกงกาง 5-10 ต้นต่อคน ที่หน่วยจัดการพื้นที่ป่าชายเลนของกรมป่าไม้ ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ราคา 1,500-2,200 บาทต่อคน
ทัวร์เก็บขยะหาด นักท่องเที่ยวร่วมเก็บขยะที่หาดเกาะปอดะ ไก่ หรือทับ ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงในระหว่างทัวร์เกาะปกติ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ทัวร์ดูนกชายเลน ที่ป่าชายเลนคลองท่อม ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ราคา 1,200-1,800 บาทต่อคน รวมไกด์นักดูนกและกล้องส่องทางไกล
ทัวร์เรียนรู้วิถีชาวประมง พักค้างกับครอบครัวชาวประมงที่บ้านเกาะลันตา 1 คืน ร่วมหาปลา ทำอาหาร และเรียนรู้วิถีชีวิต ราคา 2,500-3,500 บาทต่อคน รวมที่พักและอาหาร
ราคาทัวร์รักษ์โลกเทียบกับทัวร์ทั่วไป
ทัวร์ทั่วไปครึ่งวันราคา 800-1,200 บาทต่อคน ทัวร์รักษ์โลกครึ่งวันราคา 1,200-1,800 บาท แพงกว่า 400-600 บาทต่อคน
ทัวร์ทั่วไปเต็มวันราคา 1,500-2,000 บาทต่อคน ทัวร์รักษ์โลกเต็มวันราคา 2,200-3,500 บาท แพงกว่า 700-1,500 บาทต่อคน
ส่วนต่างราคามาจากการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อเรือ ใช้ภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ และใช้เรือที่กระทบต่ำกว่า ราคาแพงกว่าแต่ได้ประสบการณ์ที่ดีกว่าและไม่ทำร้ายระบบนิเวศ
หากต้องการเปรียบเทียบทัวร์พรีเมียมกับทัวร์ราคาประหยัดอย่างละเอียด อ่านความแตกต่างทัวร์พรีเมียมกับทัวร์ราคาประหยัดเพื่อดูข้อแตกต่างทุกด้าน
ทำไมต้องเลือกผู้ประกอบการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
Railay Eco Tour เป็นผู้ประกอบการทัวร์รักษ์โลกในกระบี่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน การท่องเที่ยวยั่งยืนของไทย มาตั้งแต่ปี 2015 ทุกทริปจำกัด 12-15 คนต่อเรือ ใช้เรือที่กระทบต่ำ และเก็บขยะที่พบระหว่างทาง
ไกด์ของเราเป็นคนกระบี่ 95 เปอร์เซ็นต์ที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ พูดภาษาอังกฤษได้ และเรียนวิชาธรรมชาติวิทยาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตหรือมหาวิทยาลัยรามคำแหง ภาควิชาการท่องเที่ยว
เรามีโครงการอนุรักษ์ปะการังร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปลูกปะการังใหม่ที่เกาะห้องปีละ 200-300 ต้น และโครงการเก็บขยะทะเลรายเดือนที่อ่าวนาง
ครอบครัวที่อยากให้ลูก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมจริง ๆ ไม่ใช่แค่เที่ยวเล่นน้ำ ติดต่อทีมเราเพื่อขอทริปทัวร์รักษ์โลกที่ออกแบบสำหรับเด็ก รวมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนและเรียนรู้ปะการัง
ทัวร์รักษ์โลกกระบี่ ห้ามพลาดสำหรับนักเดินทางที่ใส่ใจ
ทัวร์รักษ์โลกกระบี่เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและอยากได้ประสบการณ์ที่ลึกกว่าทัวร์ทั่วไป จำกัด 8-15 คนต่อเรือ ใช้เรือกระทบต่ำ เก็บขยะระหว่างทาง และใช้ไกด์ท้องถิ่น
ราคาแพงกว่าทัวร์ทั่วไป 20-40 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่ม 400-1,500 บาทต่อคน แต่ได้สนับสนุนการอนุรักษ์ทะเลกระบี่และวัฒนธรรมท้องถิ่นไปด้วย
ตรวจใบรับรอง จำนวนคนต่อทริป และพฤติกรรมของไกด์ก่อนจอง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ประกอบการรักษ์โลกจริง ไม่ใช่แค่โฆษณา
คำถามที่พบบ่อย
ทัวร์รักษ์โลกกระบี่แพงกว่าทัวร์ทั่วไปเท่าไหร่
แพงกว่า 20-40 เปอร์เซ็นต์ ทัวร์ครึ่งวันต่างกัน 400-600 บาทต่อคน ทัวร์เต็มวันต่างกัน 700-1,500 บาทต่อคน ส่วนต่างนี้ใช้สำหรับเรือกระทบต่ำ ภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ และจำนวนคนต่อทริปน้อยลง
ทัวร์รักษ์โลกกระบี่จะได้เที่ยวน้อยกว่าทัวร์ทั่วไปไหม
จุดแวะอาจน้อยกว่าทัวร์ทั่วไป 1-2 จุดต่อทริป เพราะเรือวิ่งช้ากว่า แต่ใช้เวลาที่จุดแวะแต่ละจุดนานกว่า 30-60 นาที ได้ดำน้ำ ถ่ายรูป และเรียนรู้อย่างละเอียดกว่า
เด็กเล็กไปทัวร์รักษ์โลกได้ไหม
ได้และเหมาะมาก เพราะนักท่องเที่ยวน้อย ไกด์ดูแลทั่วถึง และมีโครงการเรียนรู้สำหรับเด็ก เช่นปลูกป่าชายเลนหรือเก็บขยะทะเล ที่ทำให้เด็กรู้คุณค่าของสิ่งแวดล้อม
ทัวร์รักษ์โลกกระบี่ไปเกาะพีพีได้ไหม
ไปได้ แต่ผู้ประกอบการรักษ์โลกบางรายเลือกไม่ไปเพราะเกาะพีพีและอ่าวมาหยานักท่องเที่ยวแน่น แวะแล้วทำให้กระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่ม แทนที่จะแวะเกาะอื่นที่คนน้อย
ทัวร์รักษ์โลกได้รับการรับรองจากใคร
มาตรฐานที่นักท่องเที่ยวต้องตรวจคือ รางวัลการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทย จากกรมการท่องเที่ยว ใบรับรองกรีนโกลบ (สากล) ใบรับรองทราเวลไลฟ์ (ยุโรป) และ เอิร์ธเช็ค (ออสเตรเลีย) ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจะแสดงโลโก้ในเว็บไซต์และเอกสาร
อ้างอิง
ทะเลแหวกกระบี่คือสันทรายที่เชื่อม 3 เกาะเข้าด้วยกัน ได้แก่ เกาะไก่ เกาะทับ และเกาะหม้อ สันทรายนี้จะโผล่ขึ้นมาตอนน้ำลด ทำให้เดินข้ามพื้นทะเลจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะได้จริง อยู่หน้าอ่าวนางในจังหวัดกระบี่ และสวยที่สุดในวันที่น้ำลงต่ำสุด ซึ่งมักตรงกับช่วงขึ้น 15 ค่ำและช่วงเดือนดับ
นั่งเรือจากกระบี่ไปเกาะแต่ละแห่งใช้เวลาไม่เท่ากัน ใกล้สุดอย่างไร่เลย์นั่งเรือหางยาวแค่ราว 10 ถึง 15 นาที ส่วนไกลสุดอย่างเกาะพีพีต้องนั่งสปีดโบ๊ทราว 45 นาที หรือเรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ราว 1 ถึง 2 ชั่วโมง เวลาที่ต่างกันมาจากระยะทาง ชนิดเรือ และคลื่นลมในวันนั้น บทความนี้รวมระยะเวลาเรือกระบี่ทุกเส้นทางไว้ในที่เดียว ทั้งเรือไปเกาะใกล้และเกาะไกล อ่านง่ายเป็นตาราง พร้อมบอกว่าเรือแต่ละแบบเหมาะกับเส้นทางไหน และเทคนิคจองให้ทันรอบ จะได้วางแผนวันเที่ยวได้แม่นตั้งแต่ก่อนออกจากที่พัก
ทัวร์กระบี่แบบครอบครัวที่ลงตัวต้องเลือกกิจกรรมให้ตรงกับวัยของเด็ก และวางจังหวะให้ทั้งวันไม่เหนื่อยเกินไป หัวใจคือเริ่มจากอ่าวในที่คลื่นนิ่ง หาดที่เดินสบาย และเรือที่นั่งระยะสั้น เด็กเล่นน้ำได้ปลอดภัย พ่อแม่ก็ได้พักผ่อนจริง บทความนี้รวมว่ากิจกรรมไหนเหมาะกับเด็กเล็กหรือเด็กโต อะไรที่มักทำให้ทริปครอบครัวเหนื่อย และเช็กลิสต์ความปลอดภัยที่ควรเตรียมก่อนออกเดินทาง
ทัวร์ส่วนตัวกระบี่คือการเหมาเรือทั้งลำให้กลุ่มของเราเอง ไม่ต้องนั่งรวมกับคนแปลกหน้า ราคาต่อหัวสูงกว่าทัวร์ทั่วไป แต่ได้เลือกเกาะ เลือกเวลา และไม่ต้องรอกลุ่มใหญ่ ราคาขึ้นกับขนาดกลุ่ม ชนิดเรือ ครึ่งวันหรือเต็มวัน และช่วงฤดู บทความนี้รวมว่าทัวร์ส่วนตัวต่างจากทัวร์ทั่วไปยังไง รวมอะไรบ้าง เหมาะกับใคร ราคาคิดจากอะไร และจองยังไงให้ได้ราคาดี
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ของกระบี่อยู่ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ทะเลฝั่งอันดามันช่วงนี้คลื่นใหญ่ขึ้น ฝนตกบ่อย และน้ำขุ่นเขียวกว่าหน้าแล้ง แต่ไม่ได้แปลว่าเที่ยวไม่ได้ เพราะยังมีอ่าวในและจุดบนบกที่หลบคลื่นได้สบาย บางวันฝนตกแค่ช่วงบ่ายสั้น ๆ แล้วก็หาย ข้อดีที่หลายคนมองข้ามคือคนน้อยลงมาก ที่พักและทัวร์ราคาถูกลง ป่าเขียวจัด และท้องฟ้าก่อนฝนสวยแบบที่หน้าแล้งไม่มี บทความนี้รวมว่าหน้ามรสุมกระบี่เป็นยังไง จุดไหนยังเที่ยวได้ จุดไหนควรเลี่ยงในวันคลื่นแรง พร้อมเทคนิคจัดทริปให้คุ้ม
ฤดูทองของกระบี่อยู่ช่วงมกราคมถึงเมษายน เพราะเป็นหน้าแล้งที่ฟ้าใส ทะเลสงบ และทัวร์ออกครบทุกเกาะแทบทุกวัน นี่คือช่วงที่น้ำใสเป็นพิเศษสำหรับดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก เรือไปเกาะพีพีและอ่าวมาหยาได้แน่นอน และพระอาทิตย์ตกชัดทุกเย็น บทความนี้รวมเหตุผลที่ช่วงนี้เป็นช่วงทอง เปรียบเทียบความต่างของแต่ละเดือนตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน และเทคนิคจองให้ได้ราคาดีก่อนห้องและทัวร์เต็ม เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวกระบี่หน้าหนาวให้คุ้มค่า