การท่องเที่ยวยั่งยืนกระบี่ ทำได้ยังไงในฐานะนักท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวยั่งยืนในกระบี่เริ่มได้จากตัวเราเอง แค่เลือกผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาต ไม่เหยียบปะการัง ใช้ครีมกันแดดที่ไม่ทำร้ายทะเล เก็บขยะกลับมาด้วย และอุดหนุนคนในพื้นที่ การกระทำเล็ก ๆ เหล่านี้รวมกันช่วยให้ทะเลและป่าของกระบี่ยังสวยให้คนรุ่นต่อไปได้เที่ยว บทความนี้รวมสิ่งที่นักท่องเที่ยวทำได้จริง พร้อมเหตุผลว่าทำไมแต่ละข้อจึงสำคัญ
การท่องเที่ยวยั่งยืนกระบี่หมายถึงอะไรกันแน่
หลายคนคิดว่าการเที่ยวแบบยั่งยืนต้องลำบากหรือเสียเงินมากกว่าเดิม แต่จริง ๆ แล้วมันคือการเที่ยวที่ไม่ทิ้งร่องรอยให้ธรรมชาติและชุมชน เรายังสนุกได้เต็มที่ เพียงแต่เลือกวิธีที่ทะเล ป่า และคนในพื้นที่ไม่ต้องจ่ายแทนเราในระยะยาว กระบี่มีทั้งอุทยานแห่งชาติ แนวปะการัง และหมู่บ้านชาวประมงที่พึ่งพาธรรมชาติเป็นรายได้ ถ้าแหล่งเที่ยวเสื่อมโทรม คนที่เดือดร้อนก่อนคือเจ้าของพื้นที่เอง การเที่ยวแบบใส่ใจจึงไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของคนด้วย
ลองนึกภาพแนวปะการังที่ใช้เวลาเติบโตหลายสิบปี แต่อาจเสียหายได้ในวันเดียวจากการเหยียบของนักท่องเที่ยวไม่กี่คน หรือสันทรายที่โผล่ขึ้นมาเฉพาะตอนน้ำลง แต่กลับเต็มไปด้วยขยะที่คนทิ้งไว้ ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นจริงเมื่อคนจำนวนมากเที่ยวโดยไม่คิดถึงสิ่งที่ตามมา ข่าวดีคือสิ่งที่ทำลายธรรมชาติได้เร็วก็เป็นสิ่งเดียวกับที่เราเปลี่ยนได้ง่ายที่สุด นั่นคือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเอง เมื่อเราเข้าใจว่าทุกการกระทำเล็ก ๆ มีผล การเที่ยวแบบยั่งยืนก็กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอใคร
ก่อนออกเดินทางเลือกอะไรถึงจะดีต่อทะเล
จุดเริ่มของทริปที่ยั่งยืนคือการเลือกตั้งแต่ก่อนจองทัวร์ ของที่หยิบใส่กระเป๋าและบริษัทที่เราจ่ายเงินให้ ส่งผลต่อทะเลมากกว่าที่คิด เลือกดี ๆ ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดผลกระทบได้ครึ่งทางแล้ว
ก่อนจองทัวร์
- เลือกผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เพราะบริษัทที่จดทะเบียนมักทำตามกฎอุทยานและดูแลความปลอดภัยมากกว่า
- เลือกทัวร์กลุ่มเล็ก คนน้อยลงหมายถึงเหยียบย่ำชายหาดและแนวปะการังน้อยลง ทั้งยังได้ไกด์ดูแลใกล้ชิด
- ถามว่าบริษัทจัดการขยะยังไง ผู้ประกอบการที่ใส่ใจจริงจะมีถังแยกขยะบนเรือและเก็บกลับเข้าฝั่งทุกครั้ง
- เลือกไกด์ท้องถิ่นที่รู้จักพื้นที่ คนที่เกิดและโตในกระบี่จะรู้ว่าจุดไหนเปราะบางและช่วงไหนไม่ควรเข้า
ถ้าอยากเข้าใจว่าทัวร์รักษ์โลกกระบี่คืออะไรต่างจากทัวร์ทั่วไปตรงไหน ลองอ่านเพิ่มเพื่อเลือกบริษัทที่ใช่ตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน
ของที่ควรเตรียมและของที่ควรเลี่ยง
การเตรียมตัวให้ถูกตั้งแต่ที่พักช่วยลดขยะและสารเคมีที่ลงทะเลได้มาก หัวใจคือพกของที่ใช้ซ้ำได้ และเลี่ยงของที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
| ของที่ควรพก | ของที่ควรเลี่ยง |
|---|---|
| กระบอกน้ำใช้ซ้ำ | ขวดน้ำพลาสติกใช้ครั้งเดียว |
| ครีมกันแดดที่ไม่ทำร้ายปะการัง | ครีมกันแดดที่มีสารทำลายปะการัง |
| ถุงผ้าและกล่องใส่ของ | ถุงพลาสติกและกล่องโฟม |
| เสื้อแขนยาวกันแดด | ครีมกันแดดหนา ๆ ที่ละลายลงน้ำ |
| ถุงเล็กไว้ใส่ขยะของตัวเอง | ทิ้งขยะไว้บนเกาะ |
การเปลี่ยนของไม่กี่อย่างในกระเป๋าช่วยให้เราไม่เผลอทิ้งร่องรอยไว้บนเกาะที่ไม่มีถังขยะหรือคนเก็บกวาด
ระหว่างเที่ยวทะเลควรทำตัวยังไง
ช่วงที่เราอยู่กลางทะเลและบนเกาะคือตอนที่การกระทำของเราส่งผลตรงที่สุด สิ่งที่ทำได้ง่ายแต่สำคัญมากมีอยู่ไม่กี่ข้อ จำไว้แล้วทำตามได้เลย
ระหว่างอยู่บนเกาะและในน้ำ
- ไม่แตะและไม่เหยียบปะการัง เพราะปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่โตช้ามาก แตกแล้วใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้น
- ไม่ให้อาหารปลาและสัตว์ทะเล การให้อาหารทำให้ระบบธรรมชาติเสียสมดุลและปลาเปลี่ยนพฤติกรรม
- เก็บขยะกลับมาทุกชิ้น เกาะส่วนใหญ่ไม่มีคนเก็บกวาด ขยะที่ทิ้งไว้ลงทะเลและทำร้ายสัตว์
- อยู่ห่างจากสัตว์ป่า ทั้งลิง นก และเต่า ดูได้แต่ไม่เข้าใกล้หรือสัมผัส
- เคารพสันทรายและช่วงน้ำขึ้นน้ำลง จุดอย่างทะเลแหวกโผล่เฉพาะตอนน้ำลง อย่าฝืนเดินตอนน้ำกำลังขึ้น
ทำตามไม่กี่ข้อนี้ช่วยให้แนวปะการังและสัตว์ทะเลของกระบี่ยังอยู่ครบให้คนที่มาทีหลังได้เห็นเหมือนที่เราเห็น
เรื่องของฝากและการอุดหนุนชุมชนทำไมถึงสำคัญ
เงินที่เราจ่ายระหว่างทริปบอกได้ว่าเราสนับสนุนอะไร ถ้าเลือกจ่ายให้คนในพื้นที่และเลี่ยงของที่ทำลายธรรมชาติ เราก็ช่วยให้ชุมชนอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งการทำลายทะเล กระบี่มีทั้งร้านอาหารเล็ก ๆ ของชาวบ้าน งานฝีมือพื้นถิ่น และคนนำเที่ยวที่เกิดและโตในพื้นที่ เมื่อรายได้กลับไปหาคนเหล่านี้ พวกเขาก็มีเหตุผลที่จะรักษาธรรมชาติเอาไว้ เพราะทะเลและป่าที่สมบูรณ์คือสิ่งที่เลี้ยงครอบครัวของเขา การเลือกอุดหนุนจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังกว่าที่หลายคนคิด
เรื่องขยะและของที่ระลึก
- ไม่ซื้อเปลือกหอยและปะการังเป็นของที่ระลึก เพราะการเก็บออกจากทะเลทำลายแหล่งที่อยู่ของสัตว์
- อุดหนุนร้านอาหารและของฝากในท้องถิ่น เงินที่หมุนในชุมชนช่วยให้คนพื้นที่มีรายได้โดยตรง
- เลือกของฝากที่ทำจากวัสดุธรรมชาติในพื้นที่ เช่น งานจักสานหรือผ้าทอ แทนของที่ผลิตจากทรัพยากรทะเล
- ลดการใช้พลาสติกตอนซื้อของ พกถุงผ้าไปเองทุกครั้งที่แวะตลาดหรือร้านค้า
เมื่อเราอุดหนุนคนในพื้นที่ เงินก็กลับไปหาครอบครัวชาวประมงและร้านเล็ก ๆ ที่ดูแลกระบี่มาก่อนเราจะมาถึง
เที่ยวกระบี่กับทัวร์ที่ใส่ใจทะเลและชุมชน
หัวใจของการเที่ยวแบบยั่งยืนคือมีคนที่รู้จักพื้นที่จริงคอยพาไป ไกด์ท้องถิ่นของเราเกิดและโตในกระบี่ จึงรู้ว่าจุดไหนเปราะบาง ช่วงไหนน้ำขึ้นน้ำลง และอ่าวไหนที่เข้าได้โดยไม่รบกวนธรรมชาติ ถ้าอยากรู้ว่าไกด์ท้องถิ่นกระบี่พาไปไหนและต่างจากทัวร์ทั่วไปยังไง จะเห็นว่าคนพื้นที่ช่วยให้ทริปทั้งสนุกและรักษาธรรมชาติได้ในเวลาเดียวกัน
เราจัดทัวร์แบบกลุ่มเล็กเพื่อลดการเหยียบย่ำชายหาดและแนวปะการัง เรือของเรามีถังแยกขยะและเก็บกลับเข้าฝั่งทุกครั้ง เราพาแขกไปเที่ยวโดยไม่ให้อาหารปลาและไม่เข้าใกล้สัตว์ป่าเกินไป เพราะเราอยากให้ทะเลกระบี่ยังสวยในวันที่ลูกหลานของคนที่นี่โตขึ้น
ถ้าอยากเที่ยวแบบที่ไม่ทิ้งร่องรอยและได้อุดหนุนคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน ทักทีมเราเพื่อวางทริปกระบี่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่เลือกจุดและจังหวะให้เหมาะกับทั้งคุณและธรรมชาติ
มาเที่ยวกระบี่แบบยั่งยืน เริ่มจากสิ่งที่ทำได้วันนี้
การท่องเที่ยวยั่งยืนในกระบี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เริ่มจากเลือกผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตและทัวร์กลุ่มเล็ก พกของใช้ซ้ำ และใช้ครีมกันแดดที่ไม่ทำร้ายปะการัง แค่นี้ก็ลดผลกระทบได้ตั้งแต่ก่อนลงเรือ
ระหว่างเที่ยวให้จำง่าย ๆ ว่าไม่แตะปะการัง ไม่ให้อาหารปลา เก็บขยะกลับมาทุกชิ้น อยู่ห่างสัตว์ป่า และเคารพช่วงน้ำขึ้นน้ำลงของสันทราย ปิดท้ายด้วยการอุดหนุนร้านในพื้นที่และไม่ซื้อเปลือกหอยหรือปะการังเป็นของฝาก
ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมทัวร์พรีเมียมกับทัวร์ราคาประหยัดถึงดูแลธรรมชาติได้ไม่เท่ากัน ลองอ่านเพิ่มก่อนเลือกทริปในวันที่คุณมา
คำถามที่พบบ่อย
การท่องเที่ยวยั่งยืนในกระบี่หมายถึงอะไร
หมายถึงการเที่ยวที่ไม่ทิ้งผลเสียไว้ให้ธรรมชาติและชุมชนต้องแบกรับ เช่น เลือกผู้ประกอบการที่ดูแลพื้นที่ ลดขยะที่ลงทะเล และอุดหนุนคนในท้องถิ่น เรายังเที่ยวสนุกได้เต็มที่ เพียงแต่เลือกวิธีที่ทะเลและป่าของกระบี่ยังคงสภาพดีให้คนรุ่นหลังได้มาเห็น
นักท่องเที่ยวคนเดียวช่วยให้กระบี่ยั่งยืนได้จริงหรือ
ได้ เพราะกระบี่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี ถ้าแต่ละคนลดขยะ ไม่เหยียบปะการัง และเลือกอุดหนุนคนในพื้นที่ ผลรวมจะมหาศาล การกระทำเล็ก ๆ ของคนหนึ่งคนอาจดูน้อย แต่เมื่อหลายคนทำเหมือนกัน แนวปะการังและชายหาดก็ได้พักและฟื้นตัว
ครีมกันแดดแบบไหนที่ปลอดภัยกับทะเลกระบี่
ควรเลือกครีมกันแดดที่ระบุว่าไม่มีสารทำลายปะการัง เพราะสารบางชนิดในครีมกันแดดทั่วไปทำให้ปะการังฟอกขาวและตายได้ อีกทางที่ช่วยได้คือใส่เสื้อแขนยาวกันแดดแทนการทาครีมหนา ๆ ก่อนลงน้ำ จะช่วยลดปริมาณสารเคมีที่ละลายลงทะเลโดยตรง
ทำไมไม่ควรซื้อเปลือกหอยหรือปะการังเป็นของฝาก
เพราะเปลือกหอยและปะการังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทะเล การเก็บออกมาขายทำให้สัตว์ทะเลเสียที่อยู่และแนวปะการังเสื่อมลง ยิ่งมีคนซื้อมากเท่าไร ก็ยิ่งมีคนเก็บออกจากทะเลมากเท่านั้น เลือกของฝากที่ทำจากงานฝีมือในพื้นที่จะช่วยทั้งชุมชนและทะเลไปพร้อมกัน
ทัวร์กลุ่มเล็กดีต่อสิ่งแวดล้อมกว่าทัวร์กลุ่มใหญ่อย่างไร
ทัวร์กลุ่มเล็กมีคนเหยียบย่ำชายหาดและแนวปะการังน้อยกว่า ทำให้จุดเที่ยวไม่แออัดและฟื้นตัวได้เร็วกว่า อีกทั้งไกด์ยังดูแลแขกได้ทั่วถึง คอยเตือนเรื่องการไม่แตะปะการังและไม่ให้อาหารปลาได้ง่ายกว่ากลุ่มใหญ่ ผลคือทั้งคนเที่ยวและธรรมชาติได้ประโยชน์ไปด้วยกัน
อ้างอิง
- องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.): แนวทางท่องเที่ยวยั่งยืน
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย: จังหวัดกระบี่: ข้อมูลแหล่งเที่ยวกระบี่
- วิกิพีเดีย: จังหวัดกระบี่: ภูมิศาสตร์และธรรมชาติกระบี่
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่: ข้อมูลพื้นที่และชุมชนกระบี่
เกาะปอดะเป็นเกาะเล็กในจังหวัดกระบี่ อยู่ห่างจากอ่าวนางออกไปทางทิศใต้ นั่งเรือหางยาวราว 20 ถึง 30 นาที หรือสปีดโบ๊ทราว 15 นาที จุดเด่นคือหาดทรายขาวละเอียดและน้ำที่ตื้นลาดยาว เดินลงไปหลายสิบเมตรน้ำยังไม่ถึงเอวผู้ใหญ่ ทำให้เป็นเกาะที่พาเด็กเล็กลงเล่นน้ำได้สบายใจกว่าเกาะอื่นในย่านเดียวกัน เกาะนี้อยู่ในเส้นทางทัวร์ 4 เกาะครึ่งวันที่ออกจากอ่าวนาง จึงไปได้ง่ายโดยไม่ต้องเช่าเรือแยก บทความนี้อธิบายว่าเหมาะกับเด็กแค่ไหน ไปยังไง และช่วงเวลาที่คนน้อยที่สุด
ปิเละลากูนอยู่บนเกาะพีพีเล จังหวัดกระบี่ เป็นอ่าวที่ผาหินปูนสูงล้อมรอบเกือบมิด เหลือช่องเปิดแคบด้านหนึ่งให้เรือลอดเข้าไป น้ำในอ่าวนิ่งเพราะคลื่นเข้าไม่ถึง และเป็นสีเขียวมรกตจากพื้นทรายขาวใต้น้ำที่สะท้อนแสง ทุกทริปที่ไปเกาะพีพีเลจะแวะจุดนี้ เพราะอยู่ห่างจากอ่าวมาหยาแค่ไม่กี่นาที ลงว่ายน้ำในลากูนได้ แต่ห้ามขึ้นฝั่งเพราะไม่มีหาดและเป็นเขตอุทยาน บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ช่วงไหนคนน้อยที่สุด และควรเที่ยวคู่กับจุดไหนในวันเดียว
สนามบินกระบี่อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ราว 15 กิโลเมตร และห่างจากอ่าวนางราว 30 ถึง 40 นาทีโดยรถ จากสนามบินไปอ่าวนางมีให้เลือกทั้งรถบัสของสนามบิน รถตู้ร่วมโดยสาร รถแท็กซี่ และรถส่วนตัวที่จองล่วงหน้า ส่วนไร่เลย์ต่างออกไป เพราะเป็นคาบสมุทรที่รถเข้าไม่ถึง ต้องนั่งรถไปท่าเรือก่อนแล้วต่อเรืออีกช่วงหนึ่ง สิ่งที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเที่ยวบินลงดึกแล้วเรือเข้าไร่เลย์หมดรอบไปแล้ว บทความนี้อธิบายรถแต่ละแบบ เวลาที่ใช้ ค่าโดยสารโดยประมาณ และวิธีจัดการเมื่อเที่ยวบินลงดึก
หาดนพรัตน์ธาราอยู่ในอำเภอเมืองกระบี่ ติดกับอ่าวนางทางทิศตะวันตก เดินหรือขับรถจากอ่าวนางแค่ราว 5 ถึง 10 นาที เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตร คนน้อยกว่าอ่าวนางชัดเจน และมีที่ทำการอุทยานแห่งชาติตั้งอยู่บนหาด จุดเด่นที่คนไม่ค่อยรู้คือช่วงน้ำลงมากจะมีสันทรายโผล่ให้เดินออกไปยังเกาะเล็กหน้าหาดได้ นอกจากนี้ยังเป็นจุดขึ้นเรือไปเกาะบางเส้นทาง จึงเป็นหาดที่ใช้ทั้งนอนพักและใช้เป็นทางออกทะเลได้ในที่เดียว บทความนี้อธิบายว่าต่างจากอ่าวนางยังไง ไปยังไง และควรไปช่วงไหน
เกาะห้องเป็นเกาะในจังหวัดกระบี่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ห่างจากฝั่งอ่าวนางออกไปทางทิศเหนือ นั่งสปีดโบ๊ทราว 30 ถึง 40 นาที หรือเรือหางยาวราว 1 ชั่วโมง จุดที่ทำให้เกาะนี้ต่างจากเกาะอื่นในกระบี่คือลากูนกลางเกาะ เป็นแอ่งน้ำที่ผาหินสูงล้อมรอบเกือบมิด มีช่องแคบให้เรือเล็กลอดเข้าไปได้ตอนน้ำขึ้น น้ำในลากูนนิ่งและเป็นสีเขียวมรกต ต่างจากทะเลด้านนอกชัดเจน นอกจากลากูนยังมีหาดทรายขาวและจุดดำน้ำตื้นให้แวะ บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ค่าเข้าอุทยานคิดแบบไหน และเลือกทริปครึ่งวันหรือเต็มวันดีกว่า
สระมรกตอยู่ในอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 60 ถึง 70 กิโลเมตร ขับรถราว 1 ถึง 1.5 ชั่วโมง เป็นสระน้ำธรรมชาติที่น้ำใสจนเห็นพื้นทราย และมีสีเขียวอมฟ้าเพราะแร่ธาตุใต้ดินกับแสงที่ลอดใบไม้ลงมา จากลานจอดรถต้องเดินเข้าไปตามทางเดินในป่าอีกราว 800 เมตร ทางค่อนข้างราบ เดินสบายแม้พาผู้สูงอายุหรือเด็กไป จุดที่คนมักเที่ยวคู่กันในวันเดียวคือน้ำตกร้อนที่อยู่ใกล้กัน และสระน้ำผุดที่เดินต่อเข้าไปจากสระมรกต บทความนี้อธิบายเส้นทาง ค่าเข้า ระยะเดิน และช่วงที่น้ำใสที่สุด