สปีดโบ๊ท vs เรือหางยาว เลือกแบบไหนเที่ยวเกาะดีกว่า
เลือกระหว่างสปีดโบ๊ทกับเรือหางยาวขึ้นกับ 4 ปัจจัยหลัก คือเวลา งบประมาณ ความสบาย และจำนวนคนในกลุ่ม สปีดโบ๊ทเร็วกว่า 2-3 เท่า เหมาะกับทริปวันเดียวที่ต้องเที่ยวหลายเกาะ ส่วนเรือหางยาวราคาถูกกว่า 50-70 เปอร์เซ็นต์ บรรยากาศท้องถิ่น เหมาะกับทริปสั้นและกลุ่มเล็ก บทความนี้เทียบทุกด้านให้คุณตัดสินใจได้ใน 5 นาที
สรุปความแตกต่างหลักของเรือสองแบบ
เรือหางยาวเป็นเรือไม้ดั้งเดิมของไทย ใช้เครื่องยนต์รถยนต์ติดบนเพลายาว เป็นภาพจำของกระบี่และอันดามัน ส่วนสปีดโบ๊ทคือเรือไฟเบอร์กลาสสมัยใหม่ ใช้เครื่องยนต์ติดท้ายคู่หรือแบบสามตัว แล่นเร็วและเสถียรกว่า
ทั้งสองแบบใช้รับนักท่องเที่ยวเที่ยวเกาะรอบกระบี่เหมือนกัน แต่ประสบการณ์ต่างกันเยอะ คนที่อยากได้บรรยากาศท้องถิ่นและประหยัดเลือกหางยาว ส่วนคนที่อยากเที่ยวหลายจุดในวันเดียวและไม่ชอบโดนแดดเลือกสปีดโบ๊ท
ก่อนตัดสินใจควรอ่านเรือหางยาว — ที่มาและการใช้งานและสปีดโบ๊ทคืออะไรเพื่อเข้าใจที่มาของเรือทั้งสองแบบก่อน
ตารางเทียบ สปีดโบ๊ท vs เรือหางยาว
| รายการ | เรือหางยาว | สปีดโบ๊ท |
|---|---|---|
| ความเร็ว | 25-30 กม./ชม. | 50-70 กม./ชม. |
| จำนวนคน | 8-12 คน | 12-30+ คน |
| ราคาแชร์ต่อคน | 100-150 บาท | 600-1,500 บาท |
| ราคาเหมาลำ | 1,500-2,500 บาท | 10,000+ บาท |
| ความสบาย | เปียก ร้อน เสียงดัง | แห้ง มีหลังคา เงียบกว่า |
| ความเสถียรในคลื่น | ต่ำ | สูง |
| บรรยากาศ | ท้องถิ่น ถ่ายรูปสวย | ทันสมัย แบบทัวร์ |
| เหมาะกับ | คู่รัก กลุ่มเล็ก ใกล้ ๆ | ครอบครัว กลุ่มใหญ่ ทริปเต็มวัน |
ตารางนี้ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แต่ความเหมาะสมจริงขึ้นกับเส้นทางและจำนวนคน อ่านรายละเอียดในแต่ละหัวข้อด้านล่างเพื่อเลือกได้ตรงใจ
เปรียบเทียบเรื่องความเร็วและเวลา
ความเร็วเป็นจุดต่างที่ชัดที่สุดของเรือสองแบบ เรือหางยาวแล่น 25-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนสปีดโบ๊ทแล่น 50-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่าประมาณ 2-3 เท่า
ตัวอย่างเส้นทางอ่าวนาง-เกาะปอดะ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เรือหางยาวใช้เวลา 25-30 นาที สปีดโบ๊ทใช้แค่ 10-15 นาที ส่วนเส้นอ่าวนาง-เกาะพีพี ระยะ 45 กิโลเมตร เรือหางยาวใช้ 90 นาที สปีดโบ๊ทใช้ 35-45 นาที
ถ้าทริปคุณตั้งใจเที่ยวหลายจุดในวันเดียว สปีดโบ๊ทประหยัดเวลาได้ 1-2 ชั่วโมง พอที่จะเพิ่มเกาะอีก 1 จุดในแพลน แต่ถ้าเที่ยวแค่ใกล้ ๆ เช่นไปไร่เลย์หรือเกาะปอดะใกล้อ่าวนาง เรือหางยาวก็ใช้เวลาไม่ต่างกันมาก
เปรียบเทียบเรื่องราคา
ราคาเป็นเหตุผลหลักที่คนเลือกเรือหางยาว ค่าโดยสารสาธารณะอ่าวนาง-ไร่เลย์ 100-150 บาทต่อเที่ยว เรือออกเมื่อมีผู้โดยสาร 8-10 คน ส่วนเช่าเหมาลำ 1,500-2,500 บาทต่อวัน รับ 4-8 คน ตกหัวละ 200-500 บาท
สปีดโบ๊ทแบบทัวร์ที่จัดเส้นทาง 4 เกาะหรือพีพีราคา 600-1,500 บาทต่อคน รวมไกด์ น้ำดื่ม อาหารกลางวัน ส่วนเช่าเหมาลำ 10,000-25,000 บาทต่อวัน ขึ้นกับขนาดและจำนวนเครื่องยนต์ ตกหัวละ 1,500-3,000 บาทเมื่อมาเป็นกลุ่ม
ถ้าคุณมาคนเดียวหรือสองคน ใช้เรือสาธารณะหรือทัวร์สปีดโบ๊ทแบบ join คุ้มกว่าเหมาลำ แต่ถ้ามาเป็นกลุ่ม 6-10 คน เหมาเรือหางยาวคุ้มที่สุด ค่าเฉลี่ยต่อคนต่ำกว่าทัวร์สปีดโบ๊ทประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์
ดูตัวเลือกเรือทั้งสองแบบที่เรือหางยาวของ Railayและประเภทสปีดโบ๊ทของ Railayเพื่อเลือกตามจำนวนคนของคุณ
เปรียบเทียบเรื่องความสบายและประสบการณ์
ความสบายของเรือสองแบบต่างกันชัดเจน เรือหางยาวเปิดโล่ง ไม่มีหลังคา ลมและละอองน้ำเข้าตลอด แดดร้อนถ้านั่งช่วงกลางวัน เสียงเครื่องยนต์ดังตลอดทาง คุยกันต้องตะโกน
สปีดโบ๊ทมีหลังคาบังแดด เบาะนุ่ม ละอองน้ำเข้าน้อยกว่า เสียงเครื่องยนต์ดังเฉพาะตอนสตาร์ท พอแล่นแล้วเงียบกว่า สิ่งที่ต้องระวังคือบางลำสปีดโบ๊ทกระเด้งแรงเวลาคลื่น คนที่เมาเรือจะลำบาก
เรื่องการเมาเรือ สปีดโบ๊ทเสถียรกว่าในคลื่นใหญ่ แต่กระเด้งแรงในคลื่นย่อย ส่วนเรือหางยาวแกว่งไปมาในทุกระดับคลื่น คนที่เมาเรือเลือกสปีดโบ๊ทดีกว่า ยกเว้นวันคลื่นเล็กที่เรือหางยาวก็นั่งสบาย
ประสบการณ์ถ่ายรูปต่างกัน เรือหางยาวสีสันสด ผ้าพัสตูประดับหัวเรือ และมุมมองเปิดโล่ง 360 องศา ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกหรือทะเลสวยกว่า สปีดโบ๊ทเหมือนเรือทัวร์ทั่วไป ภาพไม่มีลักษณะเฉพาะของกระบี่
เปรียบเทียบเรื่องความเสถียรและความปลอดภัย
ในวันคลื่นเล็ก เรือทั้งสองแบบนั่งได้สบาย แต่เมื่อคลื่นเริ่มสูงเกิน 1 เมตร ความต่างเริ่มชัด เรือหางยาวเป็นเรือลำเดียว ก้นเรือแคบ โคลงไปมาง่าย ในขณะที่สปีดโบ๊ทมีก้นเรือกว้างและแบน เสถียรกว่า
ฤดูมรสุมเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ทะเลกระบี่คลื่นแรง เรือหางยาวบางวันงดออก ส่วนสปีดโบ๊ทยังออกได้แต่กระเด้งแรง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กควรเลี่ยงทั้งสองแบบในวันคลื่นใหญ่ ตรวจสภาพอากาศก่อนทุกครั้ง
เรื่องความปลอดภัย ผู้ประกอบการที่ดีให้สวมเสื้อชูชีพตลอดเส้นทางทั้งหางยาวและสปีดโบ๊ท ตรวจว่ามีเสื้อชูชีพครบจำนวนผู้โดยสาร ถ้าไม่มีให้ปฏิเสธลงเรือ จำนวนผู้โดยสารต้องไม่เกินที่กำหนดบนป้าย
เลือกเรือแบบไหนเหมาะกับใคร
เลือกเรือหางยาวเมื่อ
- งบจำกัด ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนสำหรับค่าเรือ
- เที่ยวระยะใกล้ เช่นอ่าวนาง-ไร่เลย์ หรืออ่าวนาง-เกาะปอดะ
- มากันคู่หรือกลุ่มเล็ก 2-6 คน
- อยากได้บรรยากาศท้องถิ่น ถ่ายรูปสวย
- ไม่กลัวแดด เปียก หรือเสียงดัง
- ไม่เมาเรือง่าย
เลือกสปีดโบ๊ทเมื่อ
- มีเวลา 1 วัน อยากเที่ยวหลายเกาะ เช่น 4 เกาะ พีพี เกาะห้อง
- ระยะทางไกล เกิน 30 กิโลเมตร
- มาเป็นครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
- เมาเรือง่าย หรือไม่ชอบโดนแดด
- กลุ่มใหญ่ 8-15 คน เหมาเรือคุ้ม
- งบไม่ใช่ปัญหา ความสบายเป็นอันดับแรก
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองอ่านทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเที่ยวกระบี่เพื่อดูภาพรวมของทริปก่อน แล้วค่อยเลือกเรือตามเส้นทางที่จะไป
เลือกเรือที่ตรงกับสไตล์การเดินทางของคุณ
Railay Eco Tour มีให้เลือกทั้งเรือหางยาวและสปีดโบ๊ทสำหรับทุกสไตล์การเดินทาง ทีมงานช่วยแนะนำเรือที่เหมาะกับเส้นทาง จำนวนคน และงบของคุณ ไม่ต้องเสียเวลานั่งเปรียบเทียบเอง
ครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุเรามีสปีดโบ๊ทแบบมีหลังคาเต็มและเบาะนุ่ม คู่รักที่อยากได้รูปสวยและบรรยากาศท้องถิ่นเรามีเรือหางยาวสีสันสดพร้อมไกด์ที่รู้จุดถ่ายรูปลับ กลุ่มเพื่อน 6-10 คนสามารถเหมาเรือหางยาวได้คุ้มกว่าทัวร์ join
ติดต่อทีมงานเพื่อขอคำแนะนำที่Railay Eco Tour บอกจำนวนคน วันที่ไป และเส้นทางที่อยากเที่ยว ทีมงานจะแนะนำเรือและเส้นทางที่เหมาะที่สุดในงบที่กำหนด
ก่อนจองเรือคุณควรรู้อะไรเพิ่ม
ก่อนตัดสินใจจองเรือ มี 3 เรื่องสำคัญต้องเช็คก่อน เรื่องแรกคือสภาพอากาศของวันที่ไป ถ้าฝนตกหรือคลื่นแรง สปีดโบ๊ทเสถียรกว่า แต่ถ้าวันสงบ เรือหางยาวก็พอ
เรื่องที่สองคือเวลาในวัน ถ้าเริ่มเที่ยว 9 โมงเช้า มีเวลา 7-8 ชั่วโมง สปีดโบ๊ทพาเที่ยวได้ 4-5 จุด เรือหางยาวพาเที่ยวได้ 2-3 จุด เลือกตามแผนที่อยากไป
เรื่องที่สามคือจำนวนคน ถ้ามาเดี่ยวหรือคู่ใช้บริการสาธารณะหรือทัวร์ join คุ้มกว่า ถ้ามากันกลุ่มเหมาเรือเองได้ราคาดีกว่า
สำหรับคนที่ไม่เคยมากระบี่มาก่อน เรือหางยาวเป็นประสบการณ์ที่ควรลองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด คนที่มาบ่อยแล้วมักเลือกสปีดโบ๊ทเพื่อความสะดวก
สรุปเลือกเรือยังไงให้ถูกที่สุด
เรือหางยาวเหมาะกับทริปสั้น งบประหยัด กลุ่มเล็ก และคนที่อยากได้บรรยากาศท้องถิ่น ราคาเริ่มต้น 100-150 บาทต่อเที่ยวสาธารณะ หรือ 1,500-2,500 บาทต่อวันเหมาลำ
สปีดโบ๊ทเหมาะกับทริปเต็มวัน เที่ยวหลายเกาะ ครอบครัว และคนที่ไม่ชอบโดนแดดหรือเมาเรือง่าย ราคา 600-1,500 บาทต่อคนแบบ join หรือ 10,000+ บาทเหมาลำ
ถ้ายังไม่แน่ใจ เลือกตามจำนวนคนและระยะทาง คนเดียว/คู่ + ระยะใกล้ = หางยาวสาธารณะ ครอบครัว/กลุ่มใหญ่ + เกาะไกล = สปีดโบ๊ท จำกฎง่าย ๆ นี้แล้วจะตัดสินใจได้เร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
เรือหางยาวกับสปีดโบ๊ทแบบไหนเมาเรือง่ายกว่า
เรือหางยาวเมาง่ายกว่าในวันคลื่นย่อยเพราะแกว่งไปมา ส่วนสปีดโบ๊ทเมาง่ายในคลื่นใหญ่เพราะกระเด้งแรง คนที่เมาเรือควรเลือกสปีดโบ๊ทในวันคลื่นเล็ก กินยาแก้เมาก่อนขึ้น 30 นาที และนั่งกลางลำ
ราคาเรือหางยาวเหมาลำเทียบกับสปีดโบ๊ทเหมาลำต่างกันยังไง
เรือหางยาวเหมาลำราคา 1,500-2,500 บาทต่อวัน รับ 4-8 คน สปีดโบ๊ทเหมาลำราคา 10,000-25,000 บาทต่อวัน รับ 12-30 คน ถ้าหารต่อหัว เรือหางยาวยังถูกกว่าประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่ความเร็วและความสบายต่างกัน
ไปเกาะพีพีจากกระบี่ใช้เรือแบบไหนดี
เกาะพีพีอยู่ห่างกระบี่ 45 กิโลเมตร เรือหางยาวใช้เวลา 90 นาที สปีดโบ๊ทใช้ 35-45 นาที สำหรับเส้นทางไกลแบบนี้แนะนำสปีดโบ๊ทเพราะประหยัดเวลา 1 ชั่วโมง ได้เที่ยวเกาะพีพีนานขึ้น
เรือหางยาวกับสปีดโบ๊ทแบบไหนปลอดภัยกว่า
ทั้งสองแบบปลอดภัยถ้าผู้ประกอบการได้มาตรฐาน มีเสื้อชูชีพครบ และจำนวนคนไม่เกินกำหนด สปีดโบ๊ทเสถียรกว่าในคลื่นใหญ่ แต่เรือหางยาวเสียงเครื่องยนต์ดังจะได้ยินเรืออื่นชัด ทั้งสองแบบหลีกเลี่ยงการเดินทางในวันมรสุมหนัก
มากระบี่ครั้งแรกควรลองเรือแบบไหน
ลองทั้งสองแบบจะดีที่สุด วันแรกใช้เรือหางยาวไปไร่เลย์เพื่อดูบรรยากาศท้องถิ่น วันที่สองใช้สปีดโบ๊ทไป 4 เกาะหรือพีพีเพื่อเที่ยวให้ทันในวันเดียว แบบนี้ได้ครบทั้งวัฒนธรรมและความสะดวก
อ้างอิง
- Wikipedia: เรือหางยาว ที่มาและการใช้งาน
- Wikipedia: จังหวัดกระบี่
- TAT: ข้อมูลกระบี่จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- Bangkok Post: ทริปเที่ยวกระบี่
ถนนคนเดินกระบี่อยู่ในย่านเมืองเก่าของตัวเมืองกระบี่ เปิดเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ตอนเย็นถึงค่ำ ไม่ได้เปิดทุกวัน คนที่พักอ่าวนางแล้วขับเข้ามาโดยไม่เช็กวันจึงเจอถนนว่างเปล่าอยู่บ่อย จุดขายของที่นี่คืออาหารปรุงสดราคาย่อมเยาที่คนกระบี่กินจริง ทั้งของทะเลย่าง ขนมพื้นบ้าน และน้ำผลไม้คั้นสด รวมถึงร้านหัตถกรรมของคนในพื้นที่ ระยะทางจากอ่าวนางราว 20 ถึง 30 นาทีโดยรถ บทความนี้บอกวันเปิด เวลาที่ควรไป ของที่ควรลอง และวิธีไปจากแต่ละย่านที่พัก
เกาะปอดะเป็นเกาะเล็กในจังหวัดกระบี่ อยู่ห่างจากอ่าวนางออกไปทางทิศใต้ นั่งเรือหางยาวราว 20 ถึง 30 นาที หรือสปีดโบ๊ทราว 15 นาที จุดเด่นคือหาดทรายขาวละเอียดและน้ำที่ตื้นลาดยาว เดินลงไปหลายสิบเมตรน้ำยังไม่ถึงเอวผู้ใหญ่ ทำให้เป็นเกาะที่พาเด็กเล็กลงเล่นน้ำได้สบายใจกว่าเกาะอื่นในย่านเดียวกัน เกาะนี้อยู่ในเส้นทางทัวร์ 4 เกาะครึ่งวันที่ออกจากอ่าวนาง จึงไปได้ง่ายโดยไม่ต้องเช่าเรือแยก บทความนี้อธิบายว่าเหมาะกับเด็กแค่ไหน ไปยังไง และช่วงเวลาที่คนน้อยที่สุด
ปิเละลากูนอยู่บนเกาะพีพีเล จังหวัดกระบี่ เป็นอ่าวที่ผาหินปูนสูงล้อมรอบเกือบมิด เหลือช่องเปิดแคบด้านหนึ่งให้เรือลอดเข้าไป น้ำในอ่าวนิ่งเพราะคลื่นเข้าไม่ถึง และเป็นสีเขียวมรกตจากพื้นทรายขาวใต้น้ำที่สะท้อนแสง ทุกทริปที่ไปเกาะพีพีเลจะแวะจุดนี้ เพราะอยู่ห่างจากอ่าวมาหยาแค่ไม่กี่นาที ลงว่ายน้ำในลากูนได้ แต่ห้ามขึ้นฝั่งเพราะไม่มีหาดและเป็นเขตอุทยาน บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ช่วงไหนคนน้อยที่สุด และควรเที่ยวคู่กับจุดไหนในวันเดียว
สนามบินกระบี่อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ราว 15 กิโลเมตร และห่างจากอ่าวนางราว 30 ถึง 40 นาทีโดยรถ จากสนามบินไปอ่าวนางมีให้เลือกทั้งรถบัสของสนามบิน รถตู้ร่วมโดยสาร รถแท็กซี่ และรถส่วนตัวที่จองล่วงหน้า ส่วนไร่เลย์ต่างออกไป เพราะเป็นคาบสมุทรที่รถเข้าไม่ถึง ต้องนั่งรถไปท่าเรือก่อนแล้วต่อเรืออีกช่วงหนึ่ง สิ่งที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเที่ยวบินลงดึกแล้วเรือเข้าไร่เลย์หมดรอบไปแล้ว บทความนี้อธิบายรถแต่ละแบบ เวลาที่ใช้ ค่าโดยสารโดยประมาณ และวิธีจัดการเมื่อเที่ยวบินลงดึก
หาดนพรัตน์ธาราอยู่ในอำเภอเมืองกระบี่ ติดกับอ่าวนางทางทิศตะวันตก เดินหรือขับรถจากอ่าวนางแค่ราว 5 ถึง 10 นาที เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตร คนน้อยกว่าอ่าวนางชัดเจน และมีที่ทำการอุทยานแห่งชาติตั้งอยู่บนหาด จุดเด่นที่คนไม่ค่อยรู้คือช่วงน้ำลงมากจะมีสันทรายโผล่ให้เดินออกไปยังเกาะเล็กหน้าหาดได้ นอกจากนี้ยังเป็นจุดขึ้นเรือไปเกาะบางเส้นทาง จึงเป็นหาดที่ใช้ทั้งนอนพักและใช้เป็นทางออกทะเลได้ในที่เดียว บทความนี้อธิบายว่าต่างจากอ่าวนางยังไง ไปยังไง และควรไปช่วงไหน
เกาะห้องเป็นเกาะในจังหวัดกระบี่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ห่างจากฝั่งอ่าวนางออกไปทางทิศเหนือ นั่งสปีดโบ๊ทราว 30 ถึง 40 นาที หรือเรือหางยาวราว 1 ชั่วโมง จุดที่ทำให้เกาะนี้ต่างจากเกาะอื่นในกระบี่คือลากูนกลางเกาะ เป็นแอ่งน้ำที่ผาหินสูงล้อมรอบเกือบมิด มีช่องแคบให้เรือเล็กลอดเข้าไปได้ตอนน้ำขึ้น น้ำในลากูนนิ่งและเป็นสีเขียวมรกต ต่างจากทะเลด้านนอกชัดเจน นอกจากลากูนยังมีหาดทรายขาวและจุดดำน้ำตื้นให้แวะ บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ค่าเข้าอุทยานคิดแบบไหน และเลือกทริปครึ่งวันหรือเต็มวันดีกว่า