"สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม"
จองทันที!

สปีดโบ๊ท vs เรือหางยาว เลือกแบบไหนเที่ยวเกาะดีกว่า

14/05/26 - บทความ

เลือกระหว่างสปีดโบ๊ทกับเรือหางยาวขึ้นกับ 4 ปัจจัยหลัก คือเวลา งบประมาณ ความสบาย และจำนวนคนในกลุ่ม สปีดโบ๊ทเร็วกว่า 2-3 เท่า เหมาะกับทริปวันเดียวที่ต้องเที่ยวหลายเกาะ ส่วนเรือหางยาวราคาถูกกว่า 50-70 เปอร์เซ็นต์ บรรยากาศท้องถิ่น เหมาะกับทริปสั้นและกลุ่มเล็ก บทความนี้เทียบทุกด้านให้คุณตัดสินใจได้ใน 5 นาที

สรุปความแตกต่างหลักของเรือสองแบบ

เรือหางยาวเป็นเรือไม้ดั้งเดิมของไทย ใช้เครื่องยนต์รถยนต์ติดบนเพลายาว เป็นภาพจำของกระบี่และอันดามัน ส่วนสปีดโบ๊ทคือเรือไฟเบอร์กลาสสมัยใหม่ ใช้เครื่องยนต์ติดท้ายคู่หรือแบบสามตัว แล่นเร็วและเสถียรกว่า

ทั้งสองแบบใช้รับนักท่องเที่ยวเที่ยวเกาะรอบกระบี่เหมือนกัน แต่ประสบการณ์ต่างกันเยอะ คนที่อยากได้บรรยากาศท้องถิ่นและประหยัดเลือกหางยาว ส่วนคนที่อยากเที่ยวหลายจุดในวันเดียวและไม่ชอบโดนแดดเลือกสปีดโบ๊ท

ก่อนตัดสินใจควรอ่านเรือหางยาว — ที่มาและการใช้งานและสปีดโบ๊ทคืออะไรเพื่อเข้าใจที่มาของเรือทั้งสองแบบก่อน

ตารางเทียบ สปีดโบ๊ท vs เรือหางยาว

รายการ เรือหางยาว สปีดโบ๊ท
ความเร็ว 25-30 กม./ชม. 50-70 กม./ชม.
จำนวนคน 8-12 คน 12-30+ คน
ราคาแชร์ต่อคน 100-150 บาท 600-1,500 บาท
ราคาเหมาลำ 1,500-2,500 บาท 10,000+ บาท
ความสบาย เปียก ร้อน เสียงดัง แห้ง มีหลังคา เงียบกว่า
ความเสถียรในคลื่น ต่ำ สูง
บรรยากาศ ท้องถิ่น ถ่ายรูปสวย ทันสมัย แบบทัวร์
เหมาะกับ คู่รัก กลุ่มเล็ก ใกล้ ๆ ครอบครัว กลุ่มใหญ่ ทริปเต็มวัน

ตารางนี้ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แต่ความเหมาะสมจริงขึ้นกับเส้นทางและจำนวนคน อ่านรายละเอียดในแต่ละหัวข้อด้านล่างเพื่อเลือกได้ตรงใจ

เปรียบเทียบเรื่องความเร็วและเวลา

ความเร็วเป็นจุดต่างที่ชัดที่สุดของเรือสองแบบ เรือหางยาวแล่น 25-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนสปีดโบ๊ทแล่น 50-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่าประมาณ 2-3 เท่า

ตัวอย่างเส้นทางอ่าวนาง-เกาะปอดะ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เรือหางยาวใช้เวลา 25-30 นาที สปีดโบ๊ทใช้แค่ 10-15 นาที ส่วนเส้นอ่าวนาง-เกาะพีพี ระยะ 45 กิโลเมตร เรือหางยาวใช้ 90 นาที สปีดโบ๊ทใช้ 35-45 นาที

ถ้าทริปคุณตั้งใจเที่ยวหลายจุดในวันเดียว สปีดโบ๊ทประหยัดเวลาได้ 1-2 ชั่วโมง พอที่จะเพิ่มเกาะอีก 1 จุดในแพลน แต่ถ้าเที่ยวแค่ใกล้ ๆ เช่นไปไร่เลย์หรือเกาะปอดะใกล้อ่าวนาง เรือหางยาวก็ใช้เวลาไม่ต่างกันมาก

Speedboat_vs_Longtail_Boat

เปรียบเทียบเรื่องราคา

ราคาเป็นเหตุผลหลักที่คนเลือกเรือหางยาว ค่าโดยสารสาธารณะอ่าวนาง-ไร่เลย์ 100-150 บาทต่อเที่ยว เรือออกเมื่อมีผู้โดยสาร 8-10 คน ส่วนเช่าเหมาลำ 1,500-2,500 บาทต่อวัน รับ 4-8 คน ตกหัวละ 200-500 บาท

สปีดโบ๊ทแบบทัวร์ที่จัดเส้นทาง 4 เกาะหรือพีพีราคา 600-1,500 บาทต่อคน รวมไกด์ น้ำดื่ม อาหารกลางวัน ส่วนเช่าเหมาลำ 10,000-25,000 บาทต่อวัน ขึ้นกับขนาดและจำนวนเครื่องยนต์ ตกหัวละ 1,500-3,000 บาทเมื่อมาเป็นกลุ่ม

ถ้าคุณมาคนเดียวหรือสองคน ใช้เรือสาธารณะหรือทัวร์สปีดโบ๊ทแบบ join คุ้มกว่าเหมาลำ แต่ถ้ามาเป็นกลุ่ม 6-10 คน เหมาเรือหางยาวคุ้มที่สุด ค่าเฉลี่ยต่อคนต่ำกว่าทัวร์สปีดโบ๊ทประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์

ดูตัวเลือกเรือทั้งสองแบบที่เรือหางยาวของ Railayและประเภทสปีดโบ๊ทของ Railayเพื่อเลือกตามจำนวนคนของคุณ

เปรียบเทียบเรื่องความสบายและประสบการณ์

ความสบายของเรือสองแบบต่างกันชัดเจน เรือหางยาวเปิดโล่ง ไม่มีหลังคา ลมและละอองน้ำเข้าตลอด แดดร้อนถ้านั่งช่วงกลางวัน เสียงเครื่องยนต์ดังตลอดทาง คุยกันต้องตะโกน

สปีดโบ๊ทมีหลังคาบังแดด เบาะนุ่ม ละอองน้ำเข้าน้อยกว่า เสียงเครื่องยนต์ดังเฉพาะตอนสตาร์ท พอแล่นแล้วเงียบกว่า สิ่งที่ต้องระวังคือบางลำสปีดโบ๊ทกระเด้งแรงเวลาคลื่น คนที่เมาเรือจะลำบาก

เรื่องการเมาเรือ สปีดโบ๊ทเสถียรกว่าในคลื่นใหญ่ แต่กระเด้งแรงในคลื่นย่อย ส่วนเรือหางยาวแกว่งไปมาในทุกระดับคลื่น คนที่เมาเรือเลือกสปีดโบ๊ทดีกว่า ยกเว้นวันคลื่นเล็กที่เรือหางยาวก็นั่งสบาย

ประสบการณ์ถ่ายรูปต่างกัน เรือหางยาวสีสันสด ผ้าพัสตูประดับหัวเรือ และมุมมองเปิดโล่ง 360 องศา ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกหรือทะเลสวยกว่า สปีดโบ๊ทเหมือนเรือทัวร์ทั่วไป ภาพไม่มีลักษณะเฉพาะของกระบี่

เปรียบเทียบเรื่องความเสถียรและความปลอดภัย

ในวันคลื่นเล็ก เรือทั้งสองแบบนั่งได้สบาย แต่เมื่อคลื่นเริ่มสูงเกิน 1 เมตร ความต่างเริ่มชัด เรือหางยาวเป็นเรือลำเดียว ก้นเรือแคบ โคลงไปมาง่าย ในขณะที่สปีดโบ๊ทมีก้นเรือกว้างและแบน เสถียรกว่า

ฤดูมรสุมเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ทะเลกระบี่คลื่นแรง เรือหางยาวบางวันงดออก ส่วนสปีดโบ๊ทยังออกได้แต่กระเด้งแรง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กควรเลี่ยงทั้งสองแบบในวันคลื่นใหญ่ ตรวจสภาพอากาศก่อนทุกครั้ง

เรื่องความปลอดภัย ผู้ประกอบการที่ดีให้สวมเสื้อชูชีพตลอดเส้นทางทั้งหางยาวและสปีดโบ๊ท ตรวจว่ามีเสื้อชูชีพครบจำนวนผู้โดยสาร ถ้าไม่มีให้ปฏิเสธลงเรือ จำนวนผู้โดยสารต้องไม่เกินที่กำหนดบนป้าย

เลือกเรือแบบไหนเหมาะกับใคร

เลือกเรือหางยาวเมื่อ

  • งบจำกัด ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนสำหรับค่าเรือ
  • เที่ยวระยะใกล้ เช่นอ่าวนาง-ไร่เลย์ หรืออ่าวนาง-เกาะปอดะ
  • มากันคู่หรือกลุ่มเล็ก 2-6 คน
  • อยากได้บรรยากาศท้องถิ่น ถ่ายรูปสวย
  • ไม่กลัวแดด เปียก หรือเสียงดัง
  • ไม่เมาเรือง่าย

เลือกสปีดโบ๊ทเมื่อ

  • มีเวลา 1 วัน อยากเที่ยวหลายเกาะ เช่น 4 เกาะ พีพี เกาะห้อง
  • ระยะทางไกล เกิน 30 กิโลเมตร
  • มาเป็นครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
  • เมาเรือง่าย หรือไม่ชอบโดนแดด
  • กลุ่มใหญ่ 8-15 คน เหมาเรือคุ้ม
  • งบไม่ใช่ปัญหา ความสบายเป็นอันดับแรก

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองอ่านทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเที่ยวกระบี่เพื่อดูภาพรวมของทริปก่อน แล้วค่อยเลือกเรือตามเส้นทางที่จะไป

เลือกเรือที่ตรงกับสไตล์การเดินทางของคุณ

Railay Eco Tour มีให้เลือกทั้งเรือหางยาวและสปีดโบ๊ทสำหรับทุกสไตล์การเดินทาง ทีมงานช่วยแนะนำเรือที่เหมาะกับเส้นทาง จำนวนคน และงบของคุณ ไม่ต้องเสียเวลานั่งเปรียบเทียบเอง

ครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุเรามีสปีดโบ๊ทแบบมีหลังคาเต็มและเบาะนุ่ม คู่รักที่อยากได้รูปสวยและบรรยากาศท้องถิ่นเรามีเรือหางยาวสีสันสดพร้อมไกด์ที่รู้จุดถ่ายรูปลับ กลุ่มเพื่อน 6-10 คนสามารถเหมาเรือหางยาวได้คุ้มกว่าทัวร์ join

ติดต่อทีมงานเพื่อขอคำแนะนำที่Railay Eco Tour บอกจำนวนคน วันที่ไป และเส้นทางที่อยากเที่ยว ทีมงานจะแนะนำเรือและเส้นทางที่เหมาะที่สุดในงบที่กำหนด

ก่อนจองเรือคุณควรรู้อะไรเพิ่ม

ก่อนตัดสินใจจองเรือ มี 3 เรื่องสำคัญต้องเช็คก่อน เรื่องแรกคือสภาพอากาศของวันที่ไป ถ้าฝนตกหรือคลื่นแรง สปีดโบ๊ทเสถียรกว่า แต่ถ้าวันสงบ เรือหางยาวก็พอ

เรื่องที่สองคือเวลาในวัน ถ้าเริ่มเที่ยว 9 โมงเช้า มีเวลา 7-8 ชั่วโมง สปีดโบ๊ทพาเที่ยวได้ 4-5 จุด เรือหางยาวพาเที่ยวได้ 2-3 จุด เลือกตามแผนที่อยากไป

เรื่องที่สามคือจำนวนคน ถ้ามาเดี่ยวหรือคู่ใช้บริการสาธารณะหรือทัวร์ join คุ้มกว่า ถ้ามากันกลุ่มเหมาเรือเองได้ราคาดีกว่า

สำหรับคนที่ไม่เคยมากระบี่มาก่อน เรือหางยาวเป็นประสบการณ์ที่ควรลองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด คนที่มาบ่อยแล้วมักเลือกสปีดโบ๊ทเพื่อความสะดวก

สรุปเลือกเรือยังไงให้ถูกที่สุด

เรือหางยาวเหมาะกับทริปสั้น งบประหยัด กลุ่มเล็ก และคนที่อยากได้บรรยากาศท้องถิ่น ราคาเริ่มต้น 100-150 บาทต่อเที่ยวสาธารณะ หรือ 1,500-2,500 บาทต่อวันเหมาลำ

สปีดโบ๊ทเหมาะกับทริปเต็มวัน เที่ยวหลายเกาะ ครอบครัว และคนที่ไม่ชอบโดนแดดหรือเมาเรือง่าย ราคา 600-1,500 บาทต่อคนแบบ join หรือ 10,000+ บาทเหมาลำ

ถ้ายังไม่แน่ใจ เลือกตามจำนวนคนและระยะทาง คนเดียว/คู่ + ระยะใกล้ = หางยาวสาธารณะ ครอบครัว/กลุ่มใหญ่ + เกาะไกล = สปีดโบ๊ท จำกฎง่าย ๆ นี้แล้วจะตัดสินใจได้เร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เรือหางยาวกับสปีดโบ๊ทแบบไหนเมาเรือง่ายกว่า

เรือหางยาวเมาง่ายกว่าในวันคลื่นย่อยเพราะแกว่งไปมา ส่วนสปีดโบ๊ทเมาง่ายในคลื่นใหญ่เพราะกระเด้งแรง คนที่เมาเรือควรเลือกสปีดโบ๊ทในวันคลื่นเล็ก กินยาแก้เมาก่อนขึ้น 30 นาที และนั่งกลางลำ

ราคาเรือหางยาวเหมาลำเทียบกับสปีดโบ๊ทเหมาลำต่างกันยังไง

เรือหางยาวเหมาลำราคา 1,500-2,500 บาทต่อวัน รับ 4-8 คน สปีดโบ๊ทเหมาลำราคา 10,000-25,000 บาทต่อวัน รับ 12-30 คน ถ้าหารต่อหัว เรือหางยาวยังถูกกว่าประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่ความเร็วและความสบายต่างกัน

ไปเกาะพีพีจากกระบี่ใช้เรือแบบไหนดี

เกาะพีพีอยู่ห่างกระบี่ 45 กิโลเมตร เรือหางยาวใช้เวลา 90 นาที สปีดโบ๊ทใช้ 35-45 นาที สำหรับเส้นทางไกลแบบนี้แนะนำสปีดโบ๊ทเพราะประหยัดเวลา 1 ชั่วโมง ได้เที่ยวเกาะพีพีนานขึ้น

เรือหางยาวกับสปีดโบ๊ทแบบไหนปลอดภัยกว่า

ทั้งสองแบบปลอดภัยถ้าผู้ประกอบการได้มาตรฐาน มีเสื้อชูชีพครบ และจำนวนคนไม่เกินกำหนด สปีดโบ๊ทเสถียรกว่าในคลื่นใหญ่ แต่เรือหางยาวเสียงเครื่องยนต์ดังจะได้ยินเรืออื่นชัด ทั้งสองแบบหลีกเลี่ยงการเดินทางในวันมรสุมหนัก

มากระบี่ครั้งแรกควรลองเรือแบบไหน

ลองทั้งสองแบบจะดีที่สุด วันแรกใช้เรือหางยาวไปไร่เลย์เพื่อดูบรรยากาศท้องถิ่น วันที่สองใช้สปีดโบ๊ทไป 4 เกาะหรือพีพีเพื่อเที่ยวให้ทันในวันเดียว แบบนี้ได้ครบทั้งวัฒนธรรมและความสะดวก

อ้างอิง

  • Wikipedia: เรือหางยาว ที่มาและการใช้งาน
  • Wikipedia: จังหวัดกระบี่
  • TAT: ข้อมูลกระบี่จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • Bangkok Post: ทริปเที่ยวกระบี่

อ่านบทความ
แบ่งปันบล็อก
15/06/26 - บทความ
มรสุมตะวันตก กระบี่ พฤษภาคมถึงตุลาคม ทะเลเป็นยังไง

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ของกระบี่อยู่ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ทะเลฝั่งอันดามันช่วงนี้คลื่นใหญ่ขึ้น ฝนตกบ่อย และน้ำขุ่นเขียวกว่าหน้าแล้ง แต่ไม่ได้แปลว่าเที่ยวไม่ได้ เพราะยังมีอ่าวในและจุดบนบกที่หลบคลื่นได้สบาย บางวันฝนตกแค่ช่วงบ่ายสั้น ๆ แล้วก็หาย ข้อดีที่หลายคนมองข้ามคือคนน้อยลงมาก ที่พักและทัวร์ราคาถูกลง ป่าเขียวจัด และท้องฟ้าก่อนฝนสวยแบบที่หน้าแล้งไม่มี บทความนี้รวมว่าหน้ามรสุมกระบี่เป็นยังไง จุดไหนยังเที่ยวได้ จุดไหนควรเลี่ยงในวันคลื่นแรง พร้อมเทคนิคจัดทริปให้คุ้ม

15/06/26 - บทความ
เที่ยวกระบี่มกราคมถึงเมษายน คู่มือฤดูทอง

ฤดูทองของกระบี่อยู่ช่วงมกราคมถึงเมษายน เพราะเป็นหน้าแล้งที่ฟ้าใส ทะเลสงบ และทัวร์ออกครบทุกเกาะแทบทุกวัน นี่คือช่วงที่น้ำใสเป็นพิเศษสำหรับดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก เรือไปเกาะพีพีและอ่าวมาหยาได้แน่นอน และพระอาทิตย์ตกชัดทุกเย็น บทความนี้รวมเหตุผลที่ช่วงนี้เป็นช่วงทอง เปรียบเทียบความต่างของแต่ละเดือนตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน และเทคนิคจองให้ได้ราคาดีก่อนห้องและทัวร์เต็ม เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวกระบี่หน้าหนาวให้คุ้มค่า

15/06/26 - บทความ
เกาะพีพีไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืน แบบไหนคุ้มกว่า

ถ้ามีเวลาน้อย งบจำกัด หรือเมาเรือง่าย ไปเช้าเย็นกลับคุ้มกว่า แต่ถ้าอยากเห็นอ่าวมาหยาตอนเช้าก่อนคนแน่น ดูพระอาทิตย์ตก และสัมผัสกลางคืนบนเกาะ ค้างคืนคุ้มกว่าชัดเจน เกาะพีพีเป็นหมู่เกาะในจังหวัดกระบี่ ห่างจากฝั่งราว 40 กิโลเมตร ไปได้ทางเรือเท่านั้น และเที่ยวได้ทั้งสองแบบ บทความนี้เทียบให้เห็นชัดทั้งค่าใช้จ่าย เวลาบนเกาะ ความวุ่นวาย ข้อเสีย และคนแบบไหนเหมาะกับแบบไหน เพื่อให้คุณเลือกได้ตรงกับทริปของตัวเอง

15/06/26 - บทความ
ที่พักเกาะพีพีดอน คู่มือเลือกรีสอร์ทและโรงแรมยอดนิยม

เกาะพีพีดอนมีที่พักครบทุกงบ ตั้งแต่โฮสเทลคืนละไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงรีสอร์ทห้าดาวริมทะเลที่เข้าถึงได้แค่ทางเรือ จุดที่หลายคนพลาดคือเลือกโซนผิด เพราะแต่ละอ่าวบนเกาะให้บรรยากาศต่างกันคนละแบบ บางโซนเดินถึงร้านอาหารและท่าเรือทุกอย่าง บางโซนเงียบสงบจนตื่นมาเจอหาดส่วนตัวคนเดียว เกาะพีพีดอนไม่มีถนนและไม่มีรถ ทุกการเดินทางบนเกาะใช้เดินเท้าหรือนั่งเรือหางยาว ทำเลที่พักจึงสำคัญมากกว่าที่คิด บทความนี้พาดูทุกโซนที่พักบนเกาะ เทียบบรรยากาศ ระดับราคา และเหมาะกับใคร พร้อมเทคนิคจองให้ได้ห้องคุ้มก่อนเต็มในช่วงฤดูท่องเที่ยว

15/06/26 - บทความ
ที่เที่ยวกระบี่ไม่ใช่ทะเล จุดเช็คอินบนบกที่ไม่ควรพลาด

กระบี่ไม่ได้มีแค่ทะเลและเกาะ บนบกยังมีจุดเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งวัดบนยอดเขา สระน้ำมรกตกลางป่า น้ำตกร้อนธรรมชาติ ภูเขาสัญลักษณ์ริมแม่น้ำ อุทยานที่มีถ้ำและลำธารใส และตลาดกลางคืนที่รวมของกินของฝากใต้ จุดเหล่านี้เที่ยวได้ทั้งปีไม่ต้องลุ้นคลื่นลมเหมือนทัวร์ทะเล เหมาะกับวันที่ฝนตกหรืออยากพักจากการลงเรือ บทความนี้รวมที่เที่ยวบนบกของกระบี่ที่ควรไปอย่างน้อยครั้งหนึ่ง พร้อมวิธีเดินทางและเวลาที่เหมาะ

15/06/26 - บทความ
กระบี่กับสมุย ที่ไหนเหมาะกว่ากันสำหรับครอบครัว

กระบี่กับสมุยอยู่คนละฝั่งของคาบสมุทรภาคใต้ กระบี่อยู่ฝั่งทะเลอันดามันทางตะวันตก ส่วนสมุยอยู่ฝั่งอ่าวไทยทางตะวันออก จุดนี้ทำให้ฤดูท่องเที่ยวของสองที่ไม่ตรงกัน และวิธีเดินทางระหว่างกันต้องใช้เวลาครึ่งวันขึ้นไป สำหรับครอบครัว กระบี่เด่นเรื่องทัวร์เกาะทะเลใสและราคาประหยัด ส่วนสมุยเด่นเรื่องรีสอร์ทครอบครัวพร้อมสระและสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะ บทความนี้เทียบทั้งฤดู หาด กิจกรรมเด็ก ที่พัก ราคา และบอกวิธีเดินทางจากกระบี่ไปสมุยให้ชัด

บทความ