เรือหางยาว VS เรือสปีดโบ๊ท : เลือกเรือแบบไหนให้เหมาะกับทริปกระบี่ของคุณ ?
เมื่อเราพูดถึงจังหวัดกระบี่ แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เรานึกถึง คือความงดงามของท้องทะเล หน้าผาหินปูนสูงตระหง่าน และหาดทรายขาวละเอียดสุดลูกหูลูกตา จุดแลนด์มาร์กที่ทำให้คนทั่วโลกต่างก็อยากเดินทางมาที่กระบี่ มักจะต้องอาศัยการเดินทางด้วยเรือทั้งสิ้น บทความนี้เราจะมาให้คำแนะนำ สำหรับผู้ที่กำลังชั่งใจ ว่าควรจะเลือกเช่าเรือแบบไหนดี ระหว่าง เรือหางยาว หรือ เรือสปีดโบ๊ท บทความนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน ด้วยการเปรียบเทียบจุดเด่นของเรือแต่ละรูปแบบ
ทำความรู้จักกับ เรือหางยาว และ เรือสปีดโบ๊ท เพิ่มเติมสักเล็กน้อย
ก่อนจะตัดสินใจเลือกว่าควรใช้บริการเรือแบบไหนดี ? ระหว่าง เรือหางยาว หรือ เรือสปีดโบ๊ท เรามาทำความรู้จักกับเรือแต่ละประเภท ให้มากกว่านี้อีกสักหน่อยจะดีกว่า ว่าเป็นเรือที่มีลักษณะทางกายภาพแบบไหน มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วค่อยไปหาคำตอบว่า เรือแบบไหนเหมาะกับทริปนี้ของคุณมากที่สุด
- เรือหางยาว
เรือหางยาว หรือถ้าเรียกตามภาษาถิ่นจะเรียกว่า “เรือหัวโทง” เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ โครงสร้างเรือนั้นก็เรียบง่าย ใช้เครื่องยนต์ต่อพ่วงด้านท้ายของเรือ ทำให้เรือสามารถบังคับเลี้ยวได้อย่างคล่องตัว แต่เดิมเป็นเรือที่ชาวบ้านใช้ทำประมงเป็นหลัก ทว่าก็ถูกนำมาดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสำหรับใช้เพื่อการท่องเที่ยวในปัจจุบัน
- เรือสปีดโบ๊ท
ด้วยชื่อที่มีคำว่า “สปีด” ทำให้เรือสปีดโบ๊ทนั้นโดดเด่นเรื่องของความเร็ว ตัวเรือมีขนาดใหญ่กว่าเรือหางยาว เครื่องยนต์กำลังสูงมากกว่า เดินทางได้ในระยะไกลมากกว่า และที่สำคัญคือรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า หากใครที่เมาเรือง่าย ไม่อยากเผชิญกับสถานการณ์ที่เรือโคลงเคลงไปมา เรือสปีดโบ๊ทค่อนข้างจะตอบโจทย์มากกว่า
ถึงจะขึ้นชื่อว่า “เรือหางยาว” แต่ทว่าความสะดวกสบายก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล
เมื่อกล่าวถึงเรือหางยาว หลายคนอาจนึกว่าเป็นแค่เรือโล่ง ๆ เรียบง่ายตามวิถีดั้งเดิมของชาวเรือ ทว่าเมื่อเป็นเรือหางยาวของ Railay Eco Tour มีการปรับปรุงเรือให้กลายเป็น “เรือหางยาวแบบลักชัวรี่” ที่ได้เพิ่มที่นั่ง เพิ่มหลังคา เพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ และมีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากด้านของการใช้งานที่ถูกปรับปรุงให้สะดวกสบายมากขึ้น ด้านภาพลักษณ์เองก็ถูกปรับปรุงเช่นเดียวกัน มั่นใจได้เลยว่าเมื่อถ่ายภาพออกมาแล้วจะได้ภาพสวย ๆ ไม่ต่างอะไรจากเรือหรู ๆ เลยทีเดียว
เปรียบเทียบจุดเด่นของ เรือหางยาว และ เรือสปีดโบ๊ท เพื่อให้ตัดสินใจเลือกง่ายขึ้น
การจะตัดสินว่าควรเลือกเรือแบบไหนดี ระหว่าง เรือหางยาว และ เรือสปีดโบ๊ท นอกจากชนิดของเรือแล้ว ต้องเปรียบเทียบปัจจัยอีกหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้ได้เรือที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าเรือแบบไหนเหมาะกับทริปกระบี่ของคุณมากที่สุด
- งบประมาณที่ต้องใช้
โดยทั่วไปแล้วหากเป็นเส้นทางการเดินเรือเดียวกัน เรือหางยาวจะราคาย่อมเยามากกว่า เนื่องจากเหมาะกับการท่องเที่ยวของกลุ่มเล็ก ๆ ส่วนเรือสปีดโบ๊ทจะเหมาะกับการเดินทางกลุ่มใหญ่ เมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อหัวแล้วจะเห็นถึงความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- จำนวนผู้โดยสาร
ถ้าเที่ยวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนไม่เกิน 4 คน เหมาะกับการเดินทางด้วยเรือหางยาว อาจจุคนได้มากที่สุดแล้วไม่เกินไปกว่า 8 คน ส่วนเรือสปีดโบ๊ทที่มีขนาดเรือใหญ่กว่า เหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ อาจเริ่มต้นที่ 6 ถึง 8 คน ไปจนถึงนักท่องเที่ยวประมาณ 15 คน
- ระยะทางของทริป
ชัดเจนว่าเรือสปีดโบ๊ทได้เปรียบเรื่องของความเร็ว เพราะฉะนั้นการเดินทางในเส้นทางระยะไกล เลือกใช้เรือสปีดโบ๊ทจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะเดินทางไปถึงแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งได้รวดเร็ว ใช้เวลากับจุดท่องเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม ส่วนเรือหางยาวจะเหมาะกับทริปเดินทางใกล้ ๆ เหมาะกับทริปที่ไม่ได้เร่งรีบ อยากกินลมชมวิวไปเรื่อย ๆ
- ความสะดวกสบาย
แม้เรือหางยาวในปัจจุบันจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหนด้านความสะดวกสบายก็สู้เรือสปีดโบ๊ทไม่ได้ โดยเฉพาะการโดยสารที่สบายมากกว่า เนื่องด้วยเรือสปีดโบ๊ทจะมั่นคงมากกว่าในวันที่ทะเลมีคลื่น ไม่ค่อยโคลงเคลงมากนัก ทว่าเรือหางยาวก็นั่งสบายเช่นกัน เพียงไม่ได้สบายเท่ากับเรือสปีดโบ๊ทเท่านั้นเอง
ระหว่าง เรือหางยาว และ เรือสปีดโบ๊ท เรือแบบไหนปลอดภัยมากกว่า ?
ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเรือเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “ความเป็นมืออาชีพ” ผู้ให้บริการเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น การดูแลรักษาเรือ อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยบนเรือ ที่สำคัญคือประสบการณ์ของคนเรือ ที่ควรรู้ว่าไม่ควรบรรทุกน้ำหนักเกิน รู้วิธีรับมือเวลาเผชิญกับสถานการณ์สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ดังนั้นในด้านของความปลอดภัย ประเภทของเรือไม่ใช่ตัวแปรสำคัญที่สุด ขึ้นอยู่กับการเลือกผู้ให้บริการมากกว่า
บทส่งท้าย
การจะเลือกว่า เรือหางยาว หรือ เรือสปีดโบ๊ท ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าแบบไหนดีกว่ากัน คำตอบสุดท้ายนั้นขึ้นอยู่กับที่ว่า เรือแบบไหนเหมาะสมกับทริปของคุณมากที่สุด พิจารณาจากงบประมาณ ระยะทางของทริป จำนวนผู้โดยสาร และความต้องการของคนในทริป สุดท้ายนี้หากคุณกำลังมีแผนมาเที่ยวกระบี่ แล้วอยากได้บริการทริปส่วนตัว Railay Eco Tour เป็นผู้ให้บริการมืออาชีพ มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย มีเรือให้เลือกหลายแบบ พร้อมแพ็คเกจทัวร์หลากหลายเส้นทางให้คุณเลือก
ถนนคนเดินกระบี่อยู่ในย่านเมืองเก่าของตัวเมืองกระบี่ เปิดเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ตอนเย็นถึงค่ำ ไม่ได้เปิดทุกวัน คนที่พักอ่าวนางแล้วขับเข้ามาโดยไม่เช็กวันจึงเจอถนนว่างเปล่าอยู่บ่อย จุดขายของที่นี่คืออาหารปรุงสดราคาย่อมเยาที่คนกระบี่กินจริง ทั้งของทะเลย่าง ขนมพื้นบ้าน และน้ำผลไม้คั้นสด รวมถึงร้านหัตถกรรมของคนในพื้นที่ ระยะทางจากอ่าวนางราว 20 ถึง 30 นาทีโดยรถ บทความนี้บอกวันเปิด เวลาที่ควรไป ของที่ควรลอง และวิธีไปจากแต่ละย่านที่พัก
เกาะปอดะเป็นเกาะเล็กในจังหวัดกระบี่ อยู่ห่างจากอ่าวนางออกไปทางทิศใต้ นั่งเรือหางยาวราว 20 ถึง 30 นาที หรือสปีดโบ๊ทราว 15 นาที จุดเด่นคือหาดทรายขาวละเอียดและน้ำที่ตื้นลาดยาว เดินลงไปหลายสิบเมตรน้ำยังไม่ถึงเอวผู้ใหญ่ ทำให้เป็นเกาะที่พาเด็กเล็กลงเล่นน้ำได้สบายใจกว่าเกาะอื่นในย่านเดียวกัน เกาะนี้อยู่ในเส้นทางทัวร์ 4 เกาะครึ่งวันที่ออกจากอ่าวนาง จึงไปได้ง่ายโดยไม่ต้องเช่าเรือแยก บทความนี้อธิบายว่าเหมาะกับเด็กแค่ไหน ไปยังไง และช่วงเวลาที่คนน้อยที่สุด
ปิเละลากูนอยู่บนเกาะพีพีเล จังหวัดกระบี่ เป็นอ่าวที่ผาหินปูนสูงล้อมรอบเกือบมิด เหลือช่องเปิดแคบด้านหนึ่งให้เรือลอดเข้าไป น้ำในอ่าวนิ่งเพราะคลื่นเข้าไม่ถึง และเป็นสีเขียวมรกตจากพื้นทรายขาวใต้น้ำที่สะท้อนแสง ทุกทริปที่ไปเกาะพีพีเลจะแวะจุดนี้ เพราะอยู่ห่างจากอ่าวมาหยาแค่ไม่กี่นาที ลงว่ายน้ำในลากูนได้ แต่ห้ามขึ้นฝั่งเพราะไม่มีหาดและเป็นเขตอุทยาน บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ช่วงไหนคนน้อยที่สุด และควรเที่ยวคู่กับจุดไหนในวันเดียว
สนามบินกระบี่อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ราว 15 กิโลเมตร และห่างจากอ่าวนางราว 30 ถึง 40 นาทีโดยรถ จากสนามบินไปอ่าวนางมีให้เลือกทั้งรถบัสของสนามบิน รถตู้ร่วมโดยสาร รถแท็กซี่ และรถส่วนตัวที่จองล่วงหน้า ส่วนไร่เลย์ต่างออกไป เพราะเป็นคาบสมุทรที่รถเข้าไม่ถึง ต้องนั่งรถไปท่าเรือก่อนแล้วต่อเรืออีกช่วงหนึ่ง สิ่งที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเที่ยวบินลงดึกแล้วเรือเข้าไร่เลย์หมดรอบไปแล้ว บทความนี้อธิบายรถแต่ละแบบ เวลาที่ใช้ ค่าโดยสารโดยประมาณ และวิธีจัดการเมื่อเที่ยวบินลงดึก
หาดนพรัตน์ธาราอยู่ในอำเภอเมืองกระบี่ ติดกับอ่าวนางทางทิศตะวันตก เดินหรือขับรถจากอ่าวนางแค่ราว 5 ถึง 10 นาที เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตร คนน้อยกว่าอ่าวนางชัดเจน และมีที่ทำการอุทยานแห่งชาติตั้งอยู่บนหาด จุดเด่นที่คนไม่ค่อยรู้คือช่วงน้ำลงมากจะมีสันทรายโผล่ให้เดินออกไปยังเกาะเล็กหน้าหาดได้ นอกจากนี้ยังเป็นจุดขึ้นเรือไปเกาะบางเส้นทาง จึงเป็นหาดที่ใช้ทั้งนอนพักและใช้เป็นทางออกทะเลได้ในที่เดียว บทความนี้อธิบายว่าต่างจากอ่าวนางยังไง ไปยังไง และควรไปช่วงไหน
เกาะห้องเป็นเกาะในจังหวัดกระบี่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ห่างจากฝั่งอ่าวนางออกไปทางทิศเหนือ นั่งสปีดโบ๊ทราว 30 ถึง 40 นาที หรือเรือหางยาวราว 1 ชั่วโมง จุดที่ทำให้เกาะนี้ต่างจากเกาะอื่นในกระบี่คือลากูนกลางเกาะ เป็นแอ่งน้ำที่ผาหินสูงล้อมรอบเกือบมิด มีช่องแคบให้เรือเล็กลอดเข้าไปได้ตอนน้ำขึ้น น้ำในลากูนนิ่งและเป็นสีเขียวมรกต ต่างจากทะเลด้านนอกชัดเจน นอกจากลากูนยังมีหาดทรายขาวและจุดดำน้ำตื้นให้แวะ บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ค่าเข้าอุทยานคิดแบบไหน และเลือกทริปครึ่งวันหรือเต็มวันดีกว่า