วิธีวางแผน “ทริปกระบี่” 3 วัน 2 คืน ด้วยงบประมาณสุดคุ้ม
คุณกำลังวางแผนจัดทริปกระบี่ 3 วัน 2 คืน อยู่ใช่หรือไม่ ? ถ้าตอนนี้คุณกำลังเจอกับทางตัน คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี ถึงจะสามารถออกแบบทริปการท่องเที่ยวสุดพิเศษ เที่ยวแบบเต็มอิ่มโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องของ “ค่าใช้จ่าย” ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อย ที่บอกว่าต้องใช้เงินเยอะพอสมควรถ้าจะเลือกเที่ยวที่นี่ บทความนี้เรามีไอเดียดี ๆ มาฝาก รับรองว่าคุณจะได้แผนการท่องเที่ยวที่ ปลอดภัย คุ้มค่า และ เต็มอิ่ม อย่างแน่นอน
ทริปกระบี่ 3 วัน 2 คืน ถือว่าเต็มอิ่มไหม ? เที่ยวคุ้มหรือเปล่า
ถ้าเป็นคนในวัยทำงาน ส่วนมากแล้ววันหยุดในประเทศไทย นอกจากวันเสาร์อาทิตย์ ก็มักจะมีวันหยุดชดเชยเพิ่มเข้าไปอีก 1 วัน กลายเป็น “วันหยุดยาว” นั่นจึงทำให้การท่องเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน เป็นที่นิยมมากในประเทศไทย หากใครที่กำลังสงสัยว่า การจัดทริปกระบี่แบบ 3 วัน 2 คืน จะสามารถเที่ยวได้คุ้มไหม ? คำตอบคือ “เที่ยวคุ้มแน่นอน” ขอเพียงคุณมีการจัดการวางแผนที่ดี และในการท่องเที่ยวจริงก็ต้องรักษาเวลา หากทำได้ตามที่กล่าวไปข้างต้น รับรองว่าแค่ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ก็เที่ยวได้อย่างจุใจอย่างแน่นอน
ก่อนจะจัดทริป อยากให้ลอง “ตั้งคำถาม” กับตัวเองก่อนสัก 2 ข้อ
เรื่องของจัดแผนการท่องเที่ยว มีหลายปัจจัยที่คุณต้องหาคำตอบให้ได้เสียก่อน เริ่มแรกคือ “งบประมาณ” ส่วนนี้ในเมื่อเรากำหนดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็น “งบประมาณสุดคุ้ม” เท่ากับว่าต้องทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้การเที่ยวกระบี่ครั้งนี้ใช้เงินน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ ! ก็ต้องยังเป็นการท่องเที่ยวที่ยังเต็มอิ่มที่สุด นอกจากเรื่องของงบประมาณแล้ว ยังมีอีก 2 ปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน อยากให้คุณลองตั้งคำถามเหล่านี้กับตัวเองเสียก่อน เพื่อจะได้จัดทริปได้อย่างตรงวัตถุประสงค์มากที่สุด
ไปกันกี่คน ?
อาจจะสอดคล้องกับเรื่องของงบประมาณอยู่พอสมควร เพราะหลาย ๆ ค่าใช้จ่ายในทริปครั้งนี้ ก็สามารถ “แชร์” กันได้ ดังนั้นถ้าเดินทางไปหลาย ๆ คน ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณได้พอสมควร และแน่นอนว่าการเที่ยวกับคนรู้ใจ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน คนพิเศษ ย่อมสนุกกว่าการเที่ยวแบบตัวคนเดียวอยู่แล้ว
อยากได้ประสบการณ์แบบไหน ?
ประสบการณ์ที่เรากำลังพูดถึง หมายถึง “บรรยากาศ” ของจังหวัดกระบี่ที่คุณต้องการ ถ้าอยากไปเที่ยวในช่วงที่คึกคัก อยากเล่นกิจกรรมทางน้ำ เที่ยวเกาะต่าง ๆ ก็แนะนำให้เลือกเดินทางไปช่วงฤดูร้อน แต่ถ้าอยากไปเที่ยวแบบสงบ ๆ อาจไมได้ซีเรียสกับฟ้าฝนมากนัก ไม่เน้นนั่งเรือข้ามฟาก ก็จะแนะนำให้เที่ยวในช่วงฤดูฝน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็จะถูกลงมาพอสมควร
เดินทางมาที่กระบี่ ใช้วิธีไหนคุ้มค่ามากที่สุด ?
การจะเดินทางมาที่กระบี่ มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน เราคงไม่สามารถบอกได้ว่า วิธีไหนคุ้มค่ามากที่สุด เพราะความชอบแต่ละคนนั้นไม่เหมือน บางคนชอบนั่งรถชมวิว บางคนชอบนั่งเครื่องบินเพราะถึงเร็ว แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่กลัวการขึ้นเครื่องบิน ดังนั้น มาลองเปรียบเทียบด้วยตนเอง ว่าการเดินทางวิธีไหน จะเหมาะสมกับคุณมากที่สุด โดยเราจะขออนุมานว่าเป็นการเดินทางจาก “กรุงเทพมหานคร”
เครื่องบิน
เป็นวิธีเดินทางที่เร็วที่สุด ใช้ระยะเวลาประมาณไม่เกิน 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยค่าแบบไปกลับโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 ถึง 3,000 บาท สำหรับการเดินทาง “ชั้นประหยัด” โดยจะบินมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณอ่าวนาง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของที่พัก และสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้ง่ายอีกด้วย
รถสาธารณะ
เป็นวิธีการเดินทางที่ประหยัดที่สุด โดยมีตัวหลักหลากหลาย อาทิเช่น รถประจำทาง , รถบัสแบบ VIP , รถไฟ , รถตู้ หรือ จะใช้การเดินทางเป็นต่อ ๆ ราคาเฉลี่ยแล้วตลอดเส้นทาง ไปกลับน่าจะมีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 2,000 บาท แต่ก็กินเวลาพอสมควร เพราะถึงจะเป็นรถเที่ยวเดียว ไม่มีการต่อรถ ก็ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงแล้ว
รถยนต์ส่วนตัว
เป็นวิธีการที่ยืดหยุ่นมากที่สุด เพราะรถยนต์ส่วนตัวสามารถแวะเที่ยวได้ตลอดเส้นทาง อยากกินอาหารร้านไหนก็สามารถแวะได้ เข้าห้องน้ำระหว่างทางได้ตามอัธยาศัย ด้วยระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร หากคิดแค่ค่าน้ำมันโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 3,500 ถึง 5,000 บาท แต่ก็สามารถหากเฉลี่ยกับเพื่อนร่วมทางได้
ไอเดียเที่ยวกระบี่ในปี 2025 ในระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ด้วยงบประมาณสุดคุ้ม
เมื่อได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว ว่ามีเพื่อนร่วมทริปกี่คน อยากได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบไหน และ เลือกวิธีการเดินทางอะไร สุดท้ายเราก็นำทุกอย่างมาประกอบรวมกัน ซึ่งจะได้แผนการท่องเที่ยวในทริปกระบี่ 3 วัน 2 คืน ดังต่อไปนี้ โดยเราจะขอปักหลักเลือกที่พักในบริเวณ “อ่าวนาง” เนื่องจากราคาถูก อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มาดูกันเลยว่าตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เราจะทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง
วันที่ 1 : เริ่มต้นที่ “อ่าวนาง” และ “อ่าวไร่เลย์”
หลังจากจองที่พักล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ในวันแรกก็ให้ออกเดินทางเพื่อให้มาถึงที่ “อ่าวนาง” สักประมาณไม่เกินเที่ยง เพื่อจะได้มาหาอะไรทานระหว่างรอ “เช็คอิน” เข้าที่พัก หลังจากเช็คอินเก็บข้าวเก็บของแล้ว ก็น่าจะเป็นเวลาประมาณ 14:00 ก็ให้เลือกเที่ยวบริเวณชายหาดอ่าวนาง เล่นน้ำทะเล ถ่ายรูปสวย ๆ กินอาหารซีฟู้ดอร่อย ๆ หรือ จะเลือกนั่งเรือหางยาวต่อไปที่ “อ่าวไร่เลย์” ซึ่งจะเป็นชายหาดที่มีความสวยงามมาก เดินทางเพียงประมาณ 20 นาที เท่านั้น ช่วงค่ำก็สามารถหาอะไรกินที่ “อ่าวนางวอล์คกิ้งสตรีท”ก่อนจะพักผ่อนสำหรับวันต่อไป
วันที่ 2 : เริ่มต้น “ทริป 4 เกาะ” ด้วยเรือเช่าเหมาลำ
ใครเป็นสายปาร์ตี้ต้องขอเตือนสักเล็กน้อย ในคืนแรกไม่อยากให้ดื่มหนักมากนัก เพราะในวันที่ 2 เราจะพาทุกคนไป “ทริป 4 เกาะ” เป็นการเช่าเหมาเรือหางยาวแบบครึ่งวันบ่ายจาก RAILAY ECO TOUR โดยเส้นทางจะเป็น ถ้ำพระนาง , เกาะปอดะ , ทะเลแหวก และ เกาะไก่ นอกจากจะมีการพาเที่ยวแล้ว ยังมีการแวะทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างทางอีกด้วย อาทิเช่น การดำน้ำ , ถ่ายภาพในจุดยอดนิยม , เล่นน้ำทะเล หรือ การขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ส่วนในช่วงค่ำหากใครอยากจะปาร์ตี้ จัดเต็มได้เลย !! เพราะพรุ่งนี้ก็จะเป็นการเดินทางกลับแล้ว
วันที่ 3 : เที่ยวเก็บตก ก่อนเดินทางกลับ
หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ในช่วงเวลาประมาณ 12:00 ก็จะถึงเวลาของการ “เช็คเอาท์” ออกจากที่พัก กิจกรรมวันนี้ก็คงไม่มีอะไรตื่นเต้นมาก เน้นไปที่การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่กระบี่ให้มากที่สุด เดินหาซื้อของฝาก กินอาหารร้านดัง เที่ยวคาเฟ่ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หรือ อาจจะเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อาทิเช่น สระมรกต , ตัวเมืองกระบี่ หรือ วัดถ้ำเสือ เป็นต้น หลังจากเที่ยวจนหนำใจแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายคือการเดินทางกลับ
บทส่งท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับไอเดียทริปกระบี่ 3 วัน 2 คืน ที่เราได้แนะนำไปในข้างต้น ซึ่งย้ำอีกครั้งว่านี่คือไอเดียสำหรับการเที่ยวแบบ “ประหยัด” เราได้เลือกตัวเลือกที่ราคาถูกที่สุด ส่วนใครที่งบอาจจะเยอะมากกว่านี้ ก็อาจปรับปรุงแผนการท่องเที่ยวให้ต่างออกไป เคล็ดลับสุดท้ายถึงจะวางแผนมาดีอย่างไร ก็อย่าลืมเตรียม “แผนสำรอง” เอาไว้เสมอ เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างทาง ก่อนจากกันในบทความนี้ หากคุณสนใจอยากใช้บริการ “เรือหางยาวเช่าเหมาลำ” จาก RAILAY ECO TOUR สามารถ
References
ถนนคนเดินกระบี่อยู่ในย่านเมืองเก่าของตัวเมืองกระบี่ เปิดเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ตอนเย็นถึงค่ำ ไม่ได้เปิดทุกวัน คนที่พักอ่าวนางแล้วขับเข้ามาโดยไม่เช็กวันจึงเจอถนนว่างเปล่าอยู่บ่อย จุดขายของที่นี่คืออาหารปรุงสดราคาย่อมเยาที่คนกระบี่กินจริง ทั้งของทะเลย่าง ขนมพื้นบ้าน และน้ำผลไม้คั้นสด รวมถึงร้านหัตถกรรมของคนในพื้นที่ ระยะทางจากอ่าวนางราว 20 ถึง 30 นาทีโดยรถ บทความนี้บอกวันเปิด เวลาที่ควรไป ของที่ควรลอง และวิธีไปจากแต่ละย่านที่พัก
เกาะปอดะเป็นเกาะเล็กในจังหวัดกระบี่ อยู่ห่างจากอ่าวนางออกไปทางทิศใต้ นั่งเรือหางยาวราว 20 ถึง 30 นาที หรือสปีดโบ๊ทราว 15 นาที จุดเด่นคือหาดทรายขาวละเอียดและน้ำที่ตื้นลาดยาว เดินลงไปหลายสิบเมตรน้ำยังไม่ถึงเอวผู้ใหญ่ ทำให้เป็นเกาะที่พาเด็กเล็กลงเล่นน้ำได้สบายใจกว่าเกาะอื่นในย่านเดียวกัน เกาะนี้อยู่ในเส้นทางทัวร์ 4 เกาะครึ่งวันที่ออกจากอ่าวนาง จึงไปได้ง่ายโดยไม่ต้องเช่าเรือแยก บทความนี้อธิบายว่าเหมาะกับเด็กแค่ไหน ไปยังไง และช่วงเวลาที่คนน้อยที่สุด
ปิเละลากูนอยู่บนเกาะพีพีเล จังหวัดกระบี่ เป็นอ่าวที่ผาหินปูนสูงล้อมรอบเกือบมิด เหลือช่องเปิดแคบด้านหนึ่งให้เรือลอดเข้าไป น้ำในอ่าวนิ่งเพราะคลื่นเข้าไม่ถึง และเป็นสีเขียวมรกตจากพื้นทรายขาวใต้น้ำที่สะท้อนแสง ทุกทริปที่ไปเกาะพีพีเลจะแวะจุดนี้ เพราะอยู่ห่างจากอ่าวมาหยาแค่ไม่กี่นาที ลงว่ายน้ำในลากูนได้ แต่ห้ามขึ้นฝั่งเพราะไม่มีหาดและเป็นเขตอุทยาน บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ช่วงไหนคนน้อยที่สุด และควรเที่ยวคู่กับจุดไหนในวันเดียว
สนามบินกระบี่อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ราว 15 กิโลเมตร และห่างจากอ่าวนางราว 30 ถึง 40 นาทีโดยรถ จากสนามบินไปอ่าวนางมีให้เลือกทั้งรถบัสของสนามบิน รถตู้ร่วมโดยสาร รถแท็กซี่ และรถส่วนตัวที่จองล่วงหน้า ส่วนไร่เลย์ต่างออกไป เพราะเป็นคาบสมุทรที่รถเข้าไม่ถึง ต้องนั่งรถไปท่าเรือก่อนแล้วต่อเรืออีกช่วงหนึ่ง สิ่งที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเที่ยวบินลงดึกแล้วเรือเข้าไร่เลย์หมดรอบไปแล้ว บทความนี้อธิบายรถแต่ละแบบ เวลาที่ใช้ ค่าโดยสารโดยประมาณ และวิธีจัดการเมื่อเที่ยวบินลงดึก
หาดนพรัตน์ธาราอยู่ในอำเภอเมืองกระบี่ ติดกับอ่าวนางทางทิศตะวันตก เดินหรือขับรถจากอ่าวนางแค่ราว 5 ถึง 10 นาที เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตร คนน้อยกว่าอ่าวนางชัดเจน และมีที่ทำการอุทยานแห่งชาติตั้งอยู่บนหาด จุดเด่นที่คนไม่ค่อยรู้คือช่วงน้ำลงมากจะมีสันทรายโผล่ให้เดินออกไปยังเกาะเล็กหน้าหาดได้ นอกจากนี้ยังเป็นจุดขึ้นเรือไปเกาะบางเส้นทาง จึงเป็นหาดที่ใช้ทั้งนอนพักและใช้เป็นทางออกทะเลได้ในที่เดียว บทความนี้อธิบายว่าต่างจากอ่าวนางยังไง ไปยังไง และควรไปช่วงไหน
เกาะห้องเป็นเกาะในจังหวัดกระบี่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ห่างจากฝั่งอ่าวนางออกไปทางทิศเหนือ นั่งสปีดโบ๊ทราว 30 ถึง 40 นาที หรือเรือหางยาวราว 1 ชั่วโมง จุดที่ทำให้เกาะนี้ต่างจากเกาะอื่นในกระบี่คือลากูนกลางเกาะ เป็นแอ่งน้ำที่ผาหินสูงล้อมรอบเกือบมิด มีช่องแคบให้เรือเล็กลอดเข้าไปได้ตอนน้ำขึ้น น้ำในลากูนนิ่งและเป็นสีเขียวมรกต ต่างจากทะเลด้านนอกชัดเจน นอกจากลากูนยังมีหาดทรายขาวและจุดดำน้ำตื้นให้แวะ บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ค่าเข้าอุทยานคิดแบบไหน และเลือกทริปครึ่งวันหรือเต็มวันดีกว่า