วัฒนธรรมชาวเลในกระบี่ : วิถีชีวิตที่ผูกพันกับ เรือหางยาว และ ท้องทะเล
เมื่อพูดถึงภาพจำของทะเลกระบี่ นอกจากวิวทะเลสวย ๆ ภูเขาหินปูนที่เป็นเอกลักษณ์ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เห็นแล้วต้องนึกถึงคือ “เรือหางยาวท้องถิ่น” ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งสำหรับคนพื้นถิ่นแล้วเรือหางยาวไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมชาวเลที่ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น บทความนี้ Railay Eco Tour จะพาทุกคนไปศึกษาวัฒนธรรมชาวเลในจังหวัดกระบี่ ผ่านเรื่องราวน่าสนใจของเรือหางยาว ความผูกพันของคนพื้นที่กับท้องทะเลแดนใต้ จะน่าสนใจเพียงใดไปชมกันเลย
เรือหางยาว จากภูมิปัญญาทะเล สู่รากฐานของวิถีชาวเล
จุดเริ่มต้นของเรือหางยาวเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งได้นำเอาเครื่องยนต์มาติดตั้งกับตัวเรือ โดยต่อให้เพลาใบพัดยาวออกไปด้านหลัง เพื่อให้สามารถควบคุมทิศทางได้ง่าย สามารถยกให้พ้นน้ำได้ในเวลาเข้าเขตน้ำตื้น และการซ่อมบำรุงก็สามารถทำได้ง่ายไม่ซับซ้อน สอดคล้องกับวิถีชีวิตของ “ชาวเล” ที่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดกระบี่ แต่เดิมถูกใช้เพื่อการประมง และการเดินทางสัญจรของคนพื้นที่ ต่อมาได้ถูกนำมาใช้เพื่อการนำเที่ยวมากยิ่งขึ้น จากการที่จังหวัดกระบี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย
เสียงเครื่องยนต์กระทบกับเสียงคลื่น วัฒนธรรมชายฝั่งของจังหวัดกระบี่
วิถีชีวิตของชาวเลในจังหวัดกระบี่ ผูกอยู่กับจังหวะคลื่นทะเลอันดามัน เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้ยินเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ของเรือหางยาว นั่นหมายถึงวิถีชีวิตของชาวเลในพื้นที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพราะเป็นสัญญาณว่าชาวเลได้เริ่มต้นชีวิตประจำวันด้วยการออกไปทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวประมงที่เริ่มต้นออกหาปลา หรือกลุ่มเรือนำเที่ยว ที่นำเรือออกไปรับนักท่องเที่ยวเพื่อพาไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ มีเพียงช่วงฤดูมรสุมเท่านั้นที่ทะเลกระบี่จะเงียบลงจากเสียงเครื่องยนต์ของเรือหางยาว
เป็นพาหนะคู่ชีวิต เครื่องมือทำมาหากินที่หล่อเลี้ยงชุมชนชายฝั่ง
สำหรับชาวเลของจังหวัดกระบี่ เรือหางยาวคือพาหนะคู่ใจที่ใช้ได้ทุกโอกาส ตั้งแต่การเดินทาง การออกไปทำประมง การขนของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง และใช้รับส่งนักท่องเที่ยวในระยะทางที่ไม่ไกลนัก ในมุมเศรษฐกิจชุมชนแล้ว เรือหางยาวลำหนึ่งไม่ได้สร้างรายได้ให้กับแค่เจ้าของเรือเท่านั้น แต่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนทั้งชุมชน เพราะธุรกิจท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมาที่กระบี่ เมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก รายได้ที่จะเข้ามาสู่ชุมชนชายฝั่งของกระบี่ก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย
ภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวเล การออกแบบเพื่อให้ล่องไปในทะเลกระบี่
เสน่ห์ของเรือหางยาวคือความเรียบง่ายที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี ด้วยการออกแบบทำให้ลำเรือกินน้ำตื้น วิ่งเข้าไปในหาดได้ง่าย มีความคล่องตัวปราดเปรียว และเพลาของเรือที่ถูกออกแบบให้ยาว ก็ช่วยให้คนขับเรือสามารถยกใบพัดขึ้นเมื่อเข้าสู่เขตน้ำตื้นได้อีกด้วย สอดคล้องกับพื้นที่ทางทะเลของกระบี่หลายจุด ที่มีปะการังน้ำตื้นอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปในบริเวณนั้นได้ง่าย เพราะอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการังตามธรรมชาติ และยังเข้าถึงจุดดำน้ำหลาย ๆ แห่ง จุดที่เรือสปีดโบ๊ทเข้าไม่ถึงได้อีกด้วย
สำหรับชาวเล “เรือหางยาว” คือสัญลักษณ์แห่งศรัทธา และจิตวิญญาณ
เรือหางยาวสำหรับชาวเลในพื้นที่ชายฝั่งของกระบี่ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่อุปกรณ์ทำมาหากินเท่านั้น หากแต่ได้รับการให้คุณค่าเสมือน “สมาชิกสำคัญของครอบครัว” สะท้อนวิถีความเชื่อ และสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างผู้คนกับท้องทะเล ตามคติของชาวเลพื้นถิ่น เรือหางยาวต้องผ่านพิธีกรรมก่อนเริ่มใช้งาน หลายลำได้รับการตั้งชื่อที่เป็นสิริมงคล ประกอบกับพิธีกรรมเพื่อเป็นการขอพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ สังเกตได้จากบริเวณหัวเรือที่มักผูกผ้าสามสีเอาไว้ แม้ปัจจุบันวิถีชีวิตของชาวเลจะเปลี่ยนแปลงไปมาก ทว่าความเชื่อเกี่ยวกับจิตวิญญาณของเรือหางยาวยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป
เปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัย จากเรือหาปลา สู่เรือนำเที่ยว
เมื่อกระบี่ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก เรือหางยาวก็ได้ถูกปรับบทบาทไปจากเดิม จากเรือทำมาหากินของชาวประมงพื้นถิ่นกลายเป็น เรือหางยาวลักชัวรี่ ที่จะพานักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสความสวยงามของทะเลกระบี่ และตัวเรือก็ถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าไป ช่วยให้นั่งได้สบายยิ่งขึ้น พร้อมกับคนขับเรือที่ปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขับเรือเท่านั้น ยังต้องมีทักษะด้านการสื่อสารที่ยอดเยี่ยม ผ่านการอบรมทักษะเฉพาะเพื่อดูแลความปลอดภัยให้คนบนเรือ และเรือหางยาวก็กลายเป็นหนึ่งในจุดขายของจังหวัดกระบี่ไปโดยปริยาย
บทส่งท้าย
แม้วิถีชีวิตของชาวเลในจังหวัดกระบี่จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไรเรือหางยาวก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอันโดนเด่นของท้องทะเลอันดามัน และสำหรับผู้ที่อยากจะลองนั่งเรือหางยาวเที่ยวทะเลกระบี่ Railay Eco Tour มีบริการทริปส่วนตัวที่ให้บริการด้วยเรือหางยาวพื้นถิ่น ซึ่งได้ถูกดัดแปลงเพิ่มสิ่งอำนวยความสำดวกเข้าไปอย่างครบครัน จนกลายเป็น เรือหางยาวลักชัวรี่ เดินทางเที่ยวแลนด์มาร์กต่าง ๆ ของทะเลกระบี่ได้ทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น เกาะพีพี เกาะห้อง หรือ ทริป 4 เกาะอันโด่งดัง หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากช่องทางดังต่อไปนี้
ถนนคนเดินกระบี่อยู่ในย่านเมืองเก่าของตัวเมืองกระบี่ เปิดเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ตอนเย็นถึงค่ำ ไม่ได้เปิดทุกวัน คนที่พักอ่าวนางแล้วขับเข้ามาโดยไม่เช็กวันจึงเจอถนนว่างเปล่าอยู่บ่อย จุดขายของที่นี่คืออาหารปรุงสดราคาย่อมเยาที่คนกระบี่กินจริง ทั้งของทะเลย่าง ขนมพื้นบ้าน และน้ำผลไม้คั้นสด รวมถึงร้านหัตถกรรมของคนในพื้นที่ ระยะทางจากอ่าวนางราว 20 ถึง 30 นาทีโดยรถ บทความนี้บอกวันเปิด เวลาที่ควรไป ของที่ควรลอง และวิธีไปจากแต่ละย่านที่พัก
เกาะปอดะเป็นเกาะเล็กในจังหวัดกระบี่ อยู่ห่างจากอ่าวนางออกไปทางทิศใต้ นั่งเรือหางยาวราว 20 ถึง 30 นาที หรือสปีดโบ๊ทราว 15 นาที จุดเด่นคือหาดทรายขาวละเอียดและน้ำที่ตื้นลาดยาว เดินลงไปหลายสิบเมตรน้ำยังไม่ถึงเอวผู้ใหญ่ ทำให้เป็นเกาะที่พาเด็กเล็กลงเล่นน้ำได้สบายใจกว่าเกาะอื่นในย่านเดียวกัน เกาะนี้อยู่ในเส้นทางทัวร์ 4 เกาะครึ่งวันที่ออกจากอ่าวนาง จึงไปได้ง่ายโดยไม่ต้องเช่าเรือแยก บทความนี้อธิบายว่าเหมาะกับเด็กแค่ไหน ไปยังไง และช่วงเวลาที่คนน้อยที่สุด
ปิเละลากูนอยู่บนเกาะพีพีเล จังหวัดกระบี่ เป็นอ่าวที่ผาหินปูนสูงล้อมรอบเกือบมิด เหลือช่องเปิดแคบด้านหนึ่งให้เรือลอดเข้าไป น้ำในอ่าวนิ่งเพราะคลื่นเข้าไม่ถึง และเป็นสีเขียวมรกตจากพื้นทรายขาวใต้น้ำที่สะท้อนแสง ทุกทริปที่ไปเกาะพีพีเลจะแวะจุดนี้ เพราะอยู่ห่างจากอ่าวมาหยาแค่ไม่กี่นาที ลงว่ายน้ำในลากูนได้ แต่ห้ามขึ้นฝั่งเพราะไม่มีหาดและเป็นเขตอุทยาน บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ช่วงไหนคนน้อยที่สุด และควรเที่ยวคู่กับจุดไหนในวันเดียว
สนามบินกระบี่อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ราว 15 กิโลเมตร และห่างจากอ่าวนางราว 30 ถึง 40 นาทีโดยรถ จากสนามบินไปอ่าวนางมีให้เลือกทั้งรถบัสของสนามบิน รถตู้ร่วมโดยสาร รถแท็กซี่ และรถส่วนตัวที่จองล่วงหน้า ส่วนไร่เลย์ต่างออกไป เพราะเป็นคาบสมุทรที่รถเข้าไม่ถึง ต้องนั่งรถไปท่าเรือก่อนแล้วต่อเรืออีกช่วงหนึ่ง สิ่งที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเที่ยวบินลงดึกแล้วเรือเข้าไร่เลย์หมดรอบไปแล้ว บทความนี้อธิบายรถแต่ละแบบ เวลาที่ใช้ ค่าโดยสารโดยประมาณ และวิธีจัดการเมื่อเที่ยวบินลงดึก
หาดนพรัตน์ธาราอยู่ในอำเภอเมืองกระบี่ ติดกับอ่าวนางทางทิศตะวันตก เดินหรือขับรถจากอ่าวนางแค่ราว 5 ถึง 10 นาที เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตร คนน้อยกว่าอ่าวนางชัดเจน และมีที่ทำการอุทยานแห่งชาติตั้งอยู่บนหาด จุดเด่นที่คนไม่ค่อยรู้คือช่วงน้ำลงมากจะมีสันทรายโผล่ให้เดินออกไปยังเกาะเล็กหน้าหาดได้ นอกจากนี้ยังเป็นจุดขึ้นเรือไปเกาะบางเส้นทาง จึงเป็นหาดที่ใช้ทั้งนอนพักและใช้เป็นทางออกทะเลได้ในที่เดียว บทความนี้อธิบายว่าต่างจากอ่าวนางยังไง ไปยังไง และควรไปช่วงไหน
เกาะห้องเป็นเกาะในจังหวัดกระบี่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ห่างจากฝั่งอ่าวนางออกไปทางทิศเหนือ นั่งสปีดโบ๊ทราว 30 ถึง 40 นาที หรือเรือหางยาวราว 1 ชั่วโมง จุดที่ทำให้เกาะนี้ต่างจากเกาะอื่นในกระบี่คือลากูนกลางเกาะ เป็นแอ่งน้ำที่ผาหินสูงล้อมรอบเกือบมิด มีช่องแคบให้เรือเล็กลอดเข้าไปได้ตอนน้ำขึ้น น้ำในลากูนนิ่งและเป็นสีเขียวมรกต ต่างจากทะเลด้านนอกชัดเจน นอกจากลากูนยังมีหาดทรายขาวและจุดดำน้ำตื้นให้แวะ บทความนี้อธิบายว่าไปยังไง ค่าเข้าอุทยานคิดแบบไหน และเลือกทริปครึ่งวันหรือเต็มวันดีกว่า