พาทัวร์โปรแกรม 4 เกาะ มาตกหลุมรักอันดามัน หนึ่งใน Unseen Thailand ไปด้วยกัน
สำหรับลูกค้าที่บุ้คโปรแกรมไว้ช่วงเช้า ทริปจะเริ่มเวลา 08.30น.-12.30 น.
สำหรับลูกค้าที่บุ้คโปรแกรมช่วงบ่าย ทริปจะเริ่มเวลา 14.30น.-18.30 น.
สำหรับลูกค้าที่บุ้คโปรแกรมเต็มวัน ทริปจะเริ่มเวลา 09.00น.-17.00 น.
ทาง Railay Eco Tour มีรถ รับ-ส่ง ที่โรงแรมฟรี โซนอ่าวนาง ลงมารอที่ล็อบบี้ก่อนเวลาเดินทางประมาณ 20นาที
พอมาถึงท่าเรืออ่าวน้ำเมาแล้วก็ทำการเช็คอิน โดยจะมีน้องสตาฟสแตนบาย มาให้คำแนะนำทริปก่อนออกเดินทาง โดนบนเรือจะมีกัปตัน 1คนและพนักงานเรือ 1คน อาหาร 1มื้อ น้ำดื่ม ผลไม้ ไว้คอยบริการ พอเช็คอินเสร็จแล้วก็ลงเรือกันได้เลย
จุดที่ 1. ที่พามาคือ อ่าวไร่เลย์ นั่งเรือมาประมาณ 10นาทีก็ถึงแล้ว ไม่ไกลจากท่าเรือ แต่ก็สวยมากก ด้วยภูเขาหินงอกหินย้อย และน้ำทะเลใสๆ ให้ลูกค้าได้ปล่อยใจ ถ่ายรูปเพลินๆ
จุดที่ 2. ทะเลแหวก พอถ่ายรูปที่ไร่เลย์กันเสร็จก็เดินทางไปต่อที่ทะเลแหวก ซึ่งปกติตามโปรแกรมแล้วเราต้องแวะเกาะปอดะกันก่อน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพน้ำขึ้น-ลง ในแต่ละวัน วันนี้ที่เราออกมาเป็นช่วงน้ำลง จะเห็นทะเลแหวกพอดี กัปตันจึงพาเรามาเที่ยวทะเลแหวกกันก่อน ที่นี่ลงหาดได้เสียค่าอุทยานคนละ 40฿ ที่ทะเลแหวกนี้ได้ชื่อว่าเป็น Unseen Thailand เลยค่ะ รับรองว่าถ้าได้มาเห็นกับตาแล้วจะร้องออกมาเลยว่าสวยมากกกก ตรงจุดนี้จะปล่อยให้เดินเล่นถ่ายรูปกันสักพักพอถ่ายรูปจนจุใจแล้วก็ไปต่อกันที่ต่อไป
จุดที่ 3. เกาะไก่ จากทะเลแหวกมาเกาะไก่วนมาประมาณ 10นาทีค่ะ ที่ได้ชื่อว่าเกาะไก่เพราะ หินจากภูเขาที่ยื่นออกมามีลักษณะเหมือนหัวไก่ เลยได้ชื่อเกาะไก่ไปโดยปริยาย จุดนี้เป็นจุดที่ดำน้ำได้ค่ะ ใครที่ชอบ free dive หรือ Snorkling น่าจะชอบมาก แต่สำหรับลูกค้าที่ไม่อยากลงน้ำก็สามารถนั่งถ่ายรูปหัวเรือได้ พอเสร็จแล้วก็ไปที่ต่อไปได้เลย จะไม่เสียเวลาค่ะ
จุดที่ 4. เกาะปอดะ ได้เวลาปูเสื่อ จัดพร๊อบปิกนิกแล้ว ที่เกาะปอดะนี้มีหาดทรายสีขาวทอดยาว เหมาะสำหรับการปิกนิกมากๆ เมื่อลูกค้าจองเรือหางยาว Luxury ของ Railay Eco Tour มา เขาจะมีอาหารให้ 1มื้อ เป็น เซ็ตเบนโตะ 1 เซ็ต / ลูกค้า 1ท่าน จัดมาให้แบบน่ารัก น่ารับประทาน นอกจากนี้ยังจัดพร๊อบเป็น ตะกร้า ผลไม้ น้ำดื่ม ผ้าปู มาให้อีก ขอยืนยันอีกหนึ่งเสียงเลยค่ะว่าพี่พนักงานและกัปตันบริการดีมาก แถมจัดพร๊อบให้ถ่ายรูปสวยอีกด้วย 10/10 ไปเลยค่ะ
พอถ่ายรูปและทานอาหารจนอิ่มแล้วก็ได้เวลากลับฝั่งแล้วค่ะ ให้การมาล่องทะเลใต้ สัมผัสธรรมชาติครั้งนี้ เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของคุณ ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในการล่องเรือหางยาว Luxury ไปกับ Railay Eco Tour รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง
ทัวร์เต็มวันกับครึ่งวันต่างกันหลัก ๆ ที่เวลา จำนวนจุดที่ได้ไป และจังหวะของทริป ทัวร์ครึ่งวันใช้เวลาราว 4 ถึง 5 ชั่วโมง เหมาะกับคนเวลาน้อย เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ เช่น ทัวร์ 4 เกาะ ครึ่งวันเส้นทางยอดนิยม ส่วนทัวร์เต็มวันใช้เวลาราว 7 ถึง 8 ชั่วโมง ได้จุดแวะมากกว่าและคุ้มต่อจุดกว่า บทความนี้เปรียบเทียบให้เห็นชัดก่อนตัดสินใจ
เที่ยวกระบี่ให้สนุกและคุ้มที่สุด วางแผนตามลำดับนี้ คือ เลือกช่วงเดือนให้ตรงกับสไตล์ทริป จองการเดินทางและที่พักตามโซนที่ใช่ เลือกเกาะและกิจกรรมที่อยากไปจริง แล้วค่อยจองบริษัททัวร์กระบี่ที่มีมาตรฐาน คู่มือเที่ยวกระบี่หน้านี้รวมทุกขั้นตอนไว้ครบ อ่านจบวางแผนได้ทั้งทริป
ก่อนโอนเงินจองกับบริษัททัวร์กระบี่เจ้าไหนก็ตาม ให้เช็ก 7 ข้อนี้เสมอ คือ มีใบอนุญาตทัวร์จากกรมการท่องเที่ยว มีรีวิวจริงจากลูกค้าที่ตรวจสอบได้ บอกราคาชัดว่ารวมอะไรบ้าง มีมาตรฐานเรือและเสื้อชูชีพครบ ใช้ไกด์ท้องถิ่นตัวจริง ระบุขนาดกลุ่มและประเภททัวร์ชัดเจน และตอบกลับเร็วดูแลดีตั้งแต่ก่อนจอง ถ้าเจ้าไหนตอบข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ ให้ชะลอไว้ก่อน บทความนี้อธิบายทีละข้อว่าเช็กยังไง และมีสัญญาณเตือนอะไรที่บอกว่ากำลังจะโดนหลอก
กระบี่ปลอดภัยไหม คำตอบคือปลอดภัยสำหรับการเที่ยวทะเล ถ้าเตรียมตัวถูกวิธี ก่อนออกเรือให้เช็ก 5 เรื่อง คือ สภาพอากาศตามฤดู เสื้อชูชีพและมาตรฐานเรือ ทัวร์ที่มีใบอนุญาตทัวร์ถูกต้อง การฟังคำแนะนำของไกด์ท้องถิ่น และจุดเสี่ยงตามธรรมชาติอย่างกระแสน้ำกับแมงกะพรุน บทความนี้พาไล่เช็กทีละข้อแบบเข้าใจง่าย หลายครอบครัววางแผนมากระบี่แล้วมีคำถามเดียวกัน คือพาเด็กหรือผู้สูงอายุลงเรือได้ไหม ทะเลช่วงที่จะไปคลื่นแรงหรือเปล่า และจะรู้ได้ยังไงว่าทัวร์ที่จองดูแลเราจริง เรารวมคำตอบจากประสบการณ์พาทัวร์ในพื้นที่มาไว้ให้ครบในหน้าเดียว อ่านจบแล้ววางแผนต่อได้
ใบอนุญาตทัวร์คือใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ออกโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทัวร์ที่มีใบนี้แปลว่ารัฐรับรองว่าทำธุรกิจถูกต้อง มีหลักประกัน และตรวจสอบย้อนหลังได้ถ้าเกิดปัญหา บทความนี้อธิบายว่าใบอนุญาตคืออะไร ใครออกให้ ทำไมสำคัญ และวิธีเช็กก่อนจ่ายเงิน
การท่องเที่ยวยั่งยืนในกระบี่เริ่มได้จากตัวเราเอง แค่เลือกผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาต ไม่เหยียบปะการัง ใช้ครีมกันแดดที่ไม่ทำร้ายทะเล เก็บขยะกลับมาด้วย และอุดหนุนคนในพื้นที่ การกระทำเล็ก ๆ เหล่านี้รวมกันช่วยให้ทะเลและป่าของกระบี่ยังสวยให้คนรุ่นต่อไปได้เที่ยว บทความนี้รวมสิ่งที่นักท่องเที่ยวทำได้จริง พร้อมเหตุผลว่าทำไมแต่ละข้อจึงสำคัญ